บทความเกี่ยวกับ คู่มือเลี้ยงลูก
คนเป็นคนที่ - 2451 [Date : 04 เม.ย. 2551 ]   
 
ของเล่นของลูก...อันตราย?
 
วันที่ 04 เม.ย. 2551   โดย ยาหยี
 
 

ของเล่นของลูก...อันตราย?


เป็นที่รู้กันค่ะว่าเด็กๆ ต้องคู่กับของเล่น ลองสังเกตดูสิคะ ไม่มีเด็กๆ คนไหนหรอกที่จะบอกว่าไม่ชอบไม่อยากได้ของเล่น เจอของเล่นมีแต่จะวิ่งเข้าหาทั้งนั้นล่ะค่ะ แต่ก็ต้องเลือกของเล่นให้เหมาะกับวัยค่ะ เพราะของเล่นที่ดีจะส่งผลต่อพัฒนาการของลูกโดยตรง แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่านั้น ของเล่นที่เราเลือกซื้อให้ลูก คุณต้องมั่นใจด้วยค่ะว่าปลอดภัยกับลูกเราชัวร์ๆ

ของเล่นที่มีขายในบ้านเรานั้น จำนวนไม่น้อยเลยค่ะที่มีสารพิษปนเปื้อน โดยที่เราเองก็ไม่รู้เลยว่า ของเล่นที่เราซื้อให้ลูกจะเข้าข่ายเป็นของเล่นอันตราย เพราะมีสารปนเปื้อนมาด้วย

เจ้าหนูหลายคนค่ะ ที่กำลังอยู่ในช่วงวัยเรียนรู้โลกกว้าง การหยิบจับ สัมผัส เอาเข้าปาก เป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ถ้าของเล่นปลอดภัยจากสารพิษ ก็ไม่น่าห่วงอะไร แต่ถ้าไม่ปลอดภัย ของเล่นของลูกจะกลายเป็นพิษร้ายสุขภาพของลูกได้ทันทีค่ะ เพราะสารพิษในของเล่นนั้นจะค่อยๆ สะสม และรอวันแสดงตัวเมื่อมีปริมาณที่มากพอ

สารพิษที่ว่านั้นได้แก่ สารตะกั่ว สารปรอท สารหนู พลวง แคดเมี่ยม โครเมี่ยม แบเรี่ยม แต่จะพบสารตะกั่วปนเปื้อนมามากที่สุดและที่สำคัญมีปนเปื้อนเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด (ค่ามาตรฐานที่อนุญาตให้ใช้ได้ก็คือ 90 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) และในขณะเดียวกันของเล่นชิ้นหนึ่งก็อาจจะมีสารพิษที่มากกว่า 1 ชนิดด้วยสิคะ


“ตะกั่ว” ยอดวายร้ายในของเล่น

โดยธรรมชาติของเด็กจะเล่นของเล่นทุกวัน วันละหลายครั้งและนี่คือต้นเหตุของการสะสมสารปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายได้เป็นอย่างดี

หากเด็กเล็กได้รับสารตะกั่วเข้าปาก เข้าระบบทางเดินหายใจเท่าๆ กันกับผู้ใหญ่ แต่สำหรับเด็กแล้ว สารตะกั่วจะดูดซึมเข้าสู่การย่อยอาหาร เข้าสู่กระแสเลือดไปสะสมในอวัยวะต่างๆ ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ ถึง 5 เท่า แล้วเมื่อสารตะกั่วเข้าสู่ร่างกาย ตะกั่วจะสะสมอยู่ในร่างกายเป็นเวลายาวนานหลายสิบปีเชียวค่ะ

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเด็กคนหนึ่งไปได้รับสารตะกั่วจากของเล่นในเบื้องต้นร่างกายจะกำจัดสารเหล่านี้ออกไปได้เพียงครึ่งหนึ่งใน 30 วันแรก ที่เหลือจะใช้เวลาหลายปี

ถ้าได้รับสารตะกั่วมา 100 มิลลิกรัม ภายใน 30 วันแรกที่ลูกได้รับจะมีการขับออกจากร่างกาย 50 มิลลิกรัม ก็จะยังเหลือสารตะกั่วอยู่ถึง 50 มิลลิกรัมในร่างกายลูก กว่าจะเหลือ 25 มิลลิกรัมจะใช้เวลาถึง 1 ปีค่ะ และกว่าที่ 25 มิลลิกรัมจะเหลือ 12 มิลลิกรัมจะใช้เวลาอีก 10 ปี

โดยร่างกายจะกำจัดออกทางน้ำดีและปัสสาวะ แล้วลองคิดภาพดูนะคะว่า ถ้าลูกเราได้รับทุกวัน ก็เท่ากับเป็นการสะสมใหม่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่รู้เลยว่าอีกกี่สิบปีถึงจะหมดไปจากร่างกายลูกของเรา

ที่แย่กว่านั้นสารตะกั่วมิได้มาแค่ในรูปแบบของเล่น ก็อาจจะปนเปื้อนมากับอย่างอื่นรอบตัวเราอีกมากมายค่ะ เช่น อาจจะปนเปื้อนมากับอาหาร อากาศ น้ำดื่ม สีทาบ้าน สีที่ใช้ทำข้าวของเครื่องใช้ทั้งหลายรอบตัวอีกด้วยค่ะ

ตอนนี้สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมและกรมควบคุมมลภาวะเลยต้องมีการออกมาตรการควบคุมปริมาณสารตะกั่วในสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเราทั้งหมด


สารตะกั่วทำลายสมองลูก

สารปนเปื้อนเหล่านี้ เมื่อเข้าไปสะสมในร่างกายของลูกเรื่อยๆ จะทำอันตรายต่อระบบสมองของเด็กโดยตรงเลยค่ะ คือทำให้การเรียนรู้ลดลง ไอคิวต่ำลง สมาธิสั้น และมีปัญหาต่อการเรียนรู้ Learning disability สมาธิสั้น เป็นปัญหาต่อพฤติกรรม เช่น ก้าวร้าว ปัญหาต่อระบบไต เช่น โลหิตจาง เป็นต้น แต่ถ้าได้รับมากแบบฉับพลันก็จะเกิดการช็อก หมดสติได้ค่ะ ซึ่งต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที

ซึ่งวิธีการสังเกตอาการเบื้องต้นค่ะว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่ลูกเรามีระดับการเรียนที่ผิดปกติไป แย่ลง หรือว่าเริ่มมีอาการซีดลง น่าจะลองมาให้คุณหมอตรวจเช็กดูค่ะ ว่าลูกเราได้รับสารตะกั่วในปริมาณที่มากเกินไปหรือเปล่า ซึ่งอาการแสดงมักจะไม่ค่อยเกิดในเด็กเล็กๆ นะคะ เพราะสารปนเปื้อนพวกนี้ต้องใช้ระยะเวลาในการสะสม จึงมักจะพบได้ในเด็กวัยเรียน

ส่วนสารอื่นๆ นั้น แม้จะพบได้ไม่มากเท่าสารตะกั่ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอันตรายนะคะ ถ้าสะสมเข้าไปเรื่อยๆ ก็จะแสดงอาการได้เช่นเดียวกันค่ะ


เลือกของเล่นอย่างไร

มีหลักการของเล่นให้ปลอดภัยมาฝากกันค่ะ
1. เลือกที่มีเครื่องหมายม.อ.ก.(มาตรฐานอุตสาหกรรม) เพราะแสดงว่าในของชิ้นนั้น ประเภทนั้น ได้มีการสุ่มตรวจแล้วก็พบว่ามีสารตะกั่วอยู่ในของเล่นน้อยกว่า 5 มิลลิกรัม แต่ก็ต้องระวังด้วยนะคะ เพราะบางทีของเล่นที่มีเครื่องหมายม.อ.ก.ก็อาจมีปัญหาได้ เนื่องจากอาจจะมีการปลอม หรือลักลอบนำเข้ามา เลยขาดการตรวจสอบคุณภาพ

2. เลือกของเล่นที่ไม่ใช่พวกสีเคลือบสีพ่น ที่ลอกติดมือ ทั้งตัวของเล่นหรือสติ๊กเกอร์ ควรหลีกเลี่ยงนะคะ ควรเลือกของเล่นแบบที่มีสีอยู่ในเนื้อของเล่นเลยค่ะ หรืออาจจะเป็นพวกของเล่นที่ทำจากไม้ที่ไม่มีสีก็ได้นะคะ
ของเล่นที่ดีอาจจะมีราคาแพงสักหน่อยนะคะ แต่ก็ขอให้คุณพ่อคุณแม่พิจารณาดูตามความเหมาะสม โดยให้เลือกของเล่นที่มีประโยชน์และปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสุขภาพของลูกสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดนะคะ
 
 

[ ที่มา...นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 300 มกราคม 2551 ]

URL Link : http://www.panpublishing.com

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]