clinicrak.com   คลินิกรัก

อย่างนี้...จะติดเอดส์ไหม



เชื้อเอดส์พบได้ที่ไหนบ้าง
น้ำทุกชนิดที่ออกจากร่างกายมีเชื้อเอดส์ทั้งนั้นมากบ้างน้อยบ้าง
ที่มีมาก : เลือด, น้ำอสุจิ, น้ำจากช่องคลอด, ตกขาว,น้ำจากเลือดประจำเดือน, น้ำนมแม่
ที่มีน้อย : น้ำตา, น้ำลาย, น้ำมูก, เสมหะ
แทบจะไม่มี : อุจจาระ, ปัสสาวะ, เหงื่อ

ทำไมน้ำหลั่งต่างๆ จึงมีปริมาณไวรัสไม่เท่ากัน
ไวรัสมันชอบเม็ดเลือดขาวในกระแสเลือดเพื่อแบ่งตัวและเจริญเติบโต ดังนั้นน้ำใดที่มีเม็ดเลือดขาวหรือเลือดเข้าไปเกี่ยวข้องจึงมีเชื้อไวรัสมาก เช่น เลือด, น้ำจากช่องคลอด, ตกขาว, ประจำเดือน น้ำหนอง น้ำใดที่ไม่มีเลือด หรือเม็ดเลือดขาวปะปนก็มีปริมาณไวรัสน้อย เช่น ปัสสาวะ, อุจจาระ, เหงื่อ เป็นต้น

เชื้อเอดส์อยู่นอกร่างกาย อยู่ได้นานแค่ไหน
เชื้อเอดส์ร้ายก็จริง แต่ใจเสาะครับ ไม่สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมภายนอกได้ โดยทั่วไปมันจะอยู่ได้เป็นชั่วโมงหรือแค่ไม่เกินวัน ทั้งนี้อยู่ที่สิ่งแวดล้อม ถ้าถูกความร้อน ความแห้ง กรดด่าง หรือแสงแดด ก็หงิกแล้ว แต่ถ้าได้ที่เหมาะๆ มีความชื้นดีๆ หรือห้องแอร์ที่เย็นเจี๊ยบ (ราวๆ 20 องศาเซลเซียส) ก็อาจอยู่ได้หลายวัน แต่ไม่ถึงสัปดาห์

เชื้อเอดส์อยู่ในร่างกายของสัตว์อื่นได้หรือไม่
มีคนกับลิงบางชนิดเท่านั้นทีเอดส์จะมีชีวิตอยู่ได้ เอดส์ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในสัตว์อื่น เช่น สุนัข, แมว, วัว, ควาย หรือแม้แต่ยุง เชื้อก็จะตายในเวลาไม่นานนัก ดังนั้นยุงที่มาดูดเลือดคนมีเชื้อเอดส์ เชื้อก็จะตายในตัวยุง ไม่สามารถติดต่อไปยังคนอื่นที่ถูกยุงกัดได้

โรคเอดส์ติดต่อได้กี่ทาง
โดยหลักๆ ก็มี 3 ทาง
1. เลือดและการถ่ายเลือด รวมทั้งใช้เข็มร่วมกัน เครื่องมือที่ไม่สะอาดมีคราบเลือดปนเปื้อน หรือมีบาดแผลแล้วไปสัมผัสกับเลือดหรือน้ำเหลืองของคนมีเชื้อเอดส์
2. ทางการร่วมเพศ รวมทั้งการร่วมเพศระหว่างชายกับหญิง, ชายกับชาย, โดยร่วมเพศทางช่องคลอดหรือทางทวารหนัก ทั้งนี้รวมทั้ง oral sex โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ปากกับอวัยวะเพศชายที่มีเชื้อเอดส์
3. ทางมารดาสู่ทารก (vertical transmission) ส่วนใหญ่จะติดระหว่างการคลอด และส่วนน้อยที่ติดระหว่างอยู่ในครรภ์และระหว่างให้ลูกดูดนมแม่

แบบไหนเสี่ยงที่สุด
รับเลือดซิครับ โดยเฉพาะรับการถ่ายเลือดทั้งขวดติดเกือบ 100% แต่เดี๋ยวนี้เลือดทุกขวดได้รับการตรวจอย่างดีแล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวล ส่วนการร่วมเพศ โอกาสติดต่อน้อยกว่าเลือด ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ส่วนการติดจากแม่ไปสู่ลูก ถ้าแม่ไม่ได้รับยาต้านเอดส์ระหว่างตั้งครรภ์ ลูกมีโอกาสติด 25% แต่ถ้ารับยาระหว่างฝากครรภ์โอกาสลดเหลือ 12% และถ้าไม่ให้ลูกกินนมแม่ด้วย โอกาสก็ลดลงเหลือ 8%

สาเหตุการแพร่เชื้อมากที่สุด
แม้เลือดมีโอกาสติดต่อมากแต่ก็ไม่ใช่สาเหตุการแพร่เชื้อมากที่สุด เพราะการให้เลือดไม่บ่อยและได้รับการตรวจแล้ว แต่การมีเพศสัมพันธ์นั้นมีการกระทำที่บ่อยที่สุด จึงเป็นสาเหตุการแพร่เชื้อมากที่สุด

นอกจาก 3 ทางหลักที่ติดต่อแล้ว มีทางอื่นอีกไหม
มีครับ แต่ก็น้อยยยยยยย...เช่น
  • การปลูกถ่ายอวัยวะ เปลี่ยนไต, ปลูกถ่ายไขกระดูก
  • ผสมเทียม ที่ใช้อสุจิผู้อื่นที่มิใช่สามี โดยไม่ได้ตรวจเลือดเจ้าของอสุจิก่อน
  • ฝังเข็ม เจาะหู สักยันต์
  • การใช้ของมีคมร่วมกัน เช่น มีดโกน แปรงสีฟัน
  • ชกมวยมีเลือดออก

ติดหรือไม่ติด มีปัจจัยอะไรบ้าง
เอดส์ไม่ได้ติดกันง่ายๆ อย่างที่เข้าใจกัน ขนาดไปยุ่งกับคนมีเชื้อเอดส์ก็ไม่ได้แปลว่า จะต้องติดเสมอไป มันมีปัจจัยมากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง
  • ปริมาณไวรัส (viral load) ถ้าสิ่งสัมผัสนั้นมีปริมาณไวรัสมาก โอกาสติดก็มาก ถ้ามีไวรัสน้อยก็มีโอกาสติดน้อย ปริมาณไวรัสเรียงลำดับจากมากไปน้อยดังนี้ เลือด, น้ำอสุจิ, น้ำจากช่องคลอด
  • บาดแผล ผิวหน้ามีหน้าที่ปกป้องร่างกายไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย แต่ถ้าผิวหนังมีรอยแตกเป็นแผลก็มีโอกาส ส่วนเยื่อบุต่างๆ เป็นเยื่อบางๆ เช่น เยื่อบุในปาก ตา ช่องคลอด มีโอกาสเป็นรอยแผลเล็กๆ ได้ จึงต้องระมัดระวังอย่าให้เข้าปาก เข้าตา (เห็นหนังฝรั่งที่เขาใส่แว่นตาไหมครับ, หมอใช้ผ้าปิดปาก)
  • แผลจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น แผลเริม แผลริมอ่อน แผลซิฟิลิส ก็เป็นแหล่งรอรับเชื้อเอดส์ได้เช่นกัน
  • ความบ่อยในการสัมผัส ร่วมเพศกับคนที่มีเชื้อเอดส์ครั้งเดียว อาจไม่ติดก็ได้ หรือถูกเข็มตำครั้งเดียวก็อาจไม่ติดก็ได้ขึ้นกับปัจจัยอื่นประกอบด้วย

พ่อเป็นเอดส์แต่แม่ไม่เป็น ลูกเป็นไหม
ไม่เป็นครับ ลูกที่ติดเอดส์จะต้องติดจากแม่เท่านั้น เชื้ออสุจิจากพ่อไม่มีเชื้อเอดส์ครับ (ยกเว้นน้ำของอสุจิ)

นมแม่ที่มีเชื้อเอดส์ติดลูกไหม
ติดครับ เดี๋ยวนี้เขาห้ามแม่ที่มีเชื้อเอดส์ให้ลูกดูดนม แต่ให้ใช้นมผงแทน ซึ่งได้รับการสนับสนุนแจกนมผงจากกระทรวงสาธารณสุข

oral ติดไหม
ออรัล หมายถึงการใช้ปากกับอวัยวะเพศ การใช้ปากกับอวัยวะเพศชายที่มีเชื้อเอดส์ มีรายงานการแพทย์แล้วว่าติดได้ แต่การใช้ปากกับอวัยวะเพศหญิง ที่มีเชื้อเอดส์ยังไม่มีรายงานว่ามีคนติดโดยวิธีนี้ (แต่ก็มีโอกาส)
สำหรับชายกับชาย ฝ่ายใช้ปากมีโอกาสติดมากกว่าฝ่ายถูกอม แต่การติดโดยวิธีนี้ก็พบน้อยมาก

Hecht และคณะผู้ร่วมงานวิจัยได้รายงานการติดเชื้อ HIV จากการมีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือออรัลเซ็กส์ในฝ่ายผู้ที่ ใช้ปากดูดในชายรักร่วมเพศ ที่ติดเชื้อ HIV ระยะเฉียบพลัน 102 ราย ( อายุเฉลี่ย 34 ปี, คนผิวขาว 75 % )

  • 19 รายที่ติดเชื้อHIV จากการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก
  • 3 รายใน 19 รายไม่สามารถจัดแบ่งประเภทได้เนื่องจากมีข้อมูลไม่เพียงพอ
  • 8 รายใน19 รายจัดแบ่งใหม่เนื่องจากมีโอกาสติดเชื้อHIV จากความเสี่ยงอื่น นอกจากออรัลเซ็กส์
  • ที่เหลือ 8 รายคิดเป็น 7.8 %ใน 102 ราย
    • 2 รายใน 8 ราย มีประวัติเพศสัมพันธ์ออรัลเซ็กส์อย่างเดียว
    • 4 รายใน 8 รายมีประวัติมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักร่วมด้วยแต่ใช้ถุงยางอนามัย
    • 2 รายใน 8 รายมีประวัติมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักร่วมด้วยโดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย แต่มีคู่นอนเพียงคนเดียว และตรวจสอบแล้วผลเลือดHIV เป็นลบ
ประตูหลังติดง่ายกว่าประตูหน้า จริงหรือ
แต่ก่อนเชื่อว่าอย่างนั้น แต่เดี๋ยวนี้เชื่อว่าประตูหน้าหรือประตูหลังก็มีโอกาสติดได้เท่าๆ กัน

อยู่บ้านเดียวกัน ติดกันไหม
ถ้าไม่มีเพศสัมพันธ์ก็ไม่ติด ถ้าเพียงแค่อยู่บ้านเดียวกัน กินข้าวด้วยกัน จับมือถูกต้องตัวกันตามปกติ นอนเตียงเดียวกัน ใช้ห้องน้ำร่วมกัน ซักเสื้อผ้าร่วมกัน แค่นี้ไม่ติดครับ

คู่นอนมีเชื้อเอดส์ มีโอกาสติดเรามากแค่ไหน
โอกาสรับเชื้อมีมาก มีมากก็แปลว่า ไม่ติดเสมอไป คนที่จะติดต้องมีการกระทำที่ "บ่อยๆ" หรือ "ซ้ำซาก" และขึ้นอยู่กับระยะเวลาด้วย ดังนั้นการร่วมเพศครั้งเดียวกับคนมีเชื้ออาจติดเอดส์ได้ ไม่ติดก็ได้ แบบซื้อลอตเตอรี่นั่นแหละครับ อาจถูกก็ได้ ไม่ถูกก็ได้ (แต่ติดเอดส์มีโอกาสมากกว่าถูกล็อตเตอรี่นะครับ) อย่างไรก็ตาม ถ้ามีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนที่ไม่ใช่ภรรยาหรือสามีละก้อ ใส่ถึงยางอนามัยดีที่สุด เพราะพลาดแล้วไม่มีโอกาสแก้ตัว!!! อย่าเสี่ยงดีกว่า

จูบคุณคิดว่าไม่สำคัญ...
ก็ไม่สำคัญจริงๆ แหละ ในน้ำลายมีปริมาณเชื้อน้อยยยยยย... จูบธรรมดาๆ ไม่ติดหรอกครับ มีคนคำนวณว่าปริมาณน้ำลายที่มีเชื้อพอที่จะติดต่อกัน ต้องมีอย่างน้อย 1 ขวดลิตร!!!! ดังนั้น อย่าไปวิตกจริตมากนัก อยากจูบก็จูบไปเถอะ สำคัญอย่าไปกัดจนเลือดออกก็แล้วกัน อย่างนั้นเขาเรียกซาดิสแล้วครับ

น้ำลายติดไหม
น้ำลายมีเชื้อน้อย ถ้าจะติดต้องใช้น้ำลายเป็นจำนวนมาก มากขนาดเป็นลิตรๆ ถึงจะติดครับ แต่ก็ยังไม่เคยมีรายงานทางการแพทย์ว่ามีคนติดเอดส์จากน้ำลาย ถ้าคุณจะติดเอดส์จากน้ำลายละก้อคุณก็จะได้รับการบันทึกในกินเนสบุ๊คแน่นอนเลยครับ คนแรกของโลกที่ติดเอดส์จากน้ำลาย

ใช้มือช่วยจะติดไหม
การใช้มือช่วยให้คู่นอนจนถึงจุดสุดยอด ไม่มีอันตรายอะไรครับ แล้วถ้ามือมีแผลล่ะติดไหม ก็มีโอกาสแต่ก็น้อยครับ เสร็จกิจแล้วก็ล้างน้ำฟอกสบู่ให้สะอาด ถ้าได้น้ำอุ่นยิ่งดี เชื้อก็จะชักดิ้นชักงอตายไปกว่า 90% แล้ว

หญิงกับหญิง ติดไหม (Lesbian)
อยู่ที่คุณทำอะไรกันบ้าง ถ้าแค่กอดจูบ ลูบคลำก็ไม่ติด แต่ถ้าใช้ปากก็มีโอกาสบ้าง (ที่พูดนี่หมายถึงอีกฝ่ายมีเชื้อนะครับ ถ้าไม่มีเชื้อก็ไม่มีทางติดอยู่แล้ว) อย่างไรก็ตาม หญิงกับหญิง มักจะไม่สำส่อนเปลี่ยนคู่นอนบ่อยแบบชายกับชาย ดังนั้นโอกาสที่อีกฝ่ายจะรับเชื้อมาก่อนจึงมีน้อย

จูบหัวสิวติดไหม
การจูบแก้มที่มีหัวสิวไม่ติดหรอกครับ แต่ถ้าใช้ปากไปดูดหัวสิว ด้วยความมันส์จนหัวสิวแตกมีเลือดออก แล้วคุณฟันผุเหงือกอักเสบด้วยละก้อ...มีโอกาสครับ มีโอกาสแปลว่าอาจจะแต่ไม่เสมอไป

ลงอ่างติดเอดส์ไหม
ลำพังลงอ่างเฉยๆ มันไม่กระไรหรอกครับ ที่มันติดก็เพราะไปเล่นจ้ำจี้กันมากกว่า ปกติเชื้อไวรัสเอดส์มักใจเสาะ โดนน้ำอุ่นในอ่าง โดนสบู่ จำนวนไวรัสก็ตายไปแยะแล้ว ยิ่งมาเจอปะปาเมืองไทย กลิ่นคลอรีนคลุ้งไปหมด เชื้อเอดส์ก็อยู่ไม่ได้แล้ว ดังนั้นถ้าไปอาบน้ำเฉยๆ ก็สบายใจได้เลยครับ (ก็ไม่รู้จะไปทำไม...เน๊าะ...ถ้าไม่นาบด้วย)

ดูดนมหมอนวด ติดเอดส์ไหม
ถ้าไม่ใช่แม่ลูกอ่อน ไม่มีน้ำนม ก็ไม่ติดครับ จะดูดก็ดูดไปเห้อะ...

แต่ถ้าหมอนวดเป็นแม่ลูกอ่อนยังมีน้ำนมอยู่ละก้อ...อย่าไปแย่งเด็กดูดเชียวล่ะ..ติด HIV จากน้ำนมได้นะครับ

เลียตรงนั้นของหมอนวด ถ้าหมอนวดมีเชื้อ hiv จะติดไหม
ของสาธารณะอย่างนี้ไม่น่าจะไปเลียเลยครับ ถ้าเป็นแฟนก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้าเป็นแฟนก็ไม่น่าจะมีเชื้อน่ะ นอกจากของมือสอง
พูดถึงหญิงที่มีเชื้อ hiv ในน้ำหรือของเหลวในช่องคลอดก็มีปริมาณเชื้อมากเช่นกัน ดังนั้นถ้ามีแผลในปาก เหงือกอักเสบ โอกาสติดก็ย่อมมีครับ

นิ้วจิ้ม...ติดไหม
ถ้าหมอนวดมีเชื้อ แล้วนิ้วเรามีแผล หรือเพิ่งตัดเล็บมา โอกาสติดก็มี แต่ก็ยังไม่เคยเจอคนติดเอดส์โดยวิธีนี้ จะเคยเจอก็เป็นซิฟิลิสที่นิ้ว

น้ำจากที่นั่นของผู้หญิงกระเด็นใส่ โดนแผลเรา จะติดไหม
ถ้าหมอนวดมีเชื้อ โอกาสติดตามทฤษฏีก็มี แต่ก็น้อยครับ เท่าที่เจอก็ติดแบบตรงไปตรงมาคือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน

เที่ยวหญิงโสเภณี...ปลอกแตก...ติดไหม
ใจเย็นๆ ไว้โยม...หญิงโสเภณีโดยเฉพาะอาบอบนวดนั้น ไม่ได้เป็นเอดส์ทุกคนหรอก มีไม่ถึง 5% ด้วยซ้ำไป ที่มีเลือดเอดส์บวก ถ้าคุณโชคดีไปเจออีก 95% ที่ไม่มีเชื้อเอดส์ ก็ย่อมไม่ติดเอดส์แน่นอน แต่ถ้าดวงซวยไปเจอพวกเลือดเอดส์บวกละก้อ ตัวใครก็ตัวใครละครับ...มีสิทธิ์...มีสิทธิ์ก็แปลว่า อาจติดก็ได้ ไม่ติดก็ได้ แล้วแต่ใครทำบุญมามากน้อยแค่ไหน (ถ้าถุงยางแตกและรู้ตัว รีบเปลี่ยนใหม่ทันทีจะช่วยได้แยะ ดังนันต้องมียางอะหลั่ยสำรองไว้เสมอ)

โสเภณีราคาแพง จะปลอดภัยไหม
ไม่แน่ดอกนาย...จริงอยู่พวกราคาถูกอาจมีโอกาสเลือดเอดส์บวกมากกว่าพวกราคาแพง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเอดส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัยรุ่น, นักร้อง, พวกสมัครเล่น... แสบกันมาแยะแล้วครับ อย่าลืมว่าเที่ยวอย่างปลอดภัย ต้องใส่ปลอกทุกครั้งทุกคน

เที่ยวหญิงโสเภณี แล้วจะมานอนกับภรรยาได้ไหม
"เที่ยว" หมายถึง การมีเพศสัมพันธ์กับหญิงบริการหรือหญิงอื่นที่มิใช่ภรรยาตน ถ้าไม่ใส่ถุงยางอนามัยละก้อต้องงดการมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาโดยเด็ดขาด แต่ก่อนนี้เราให้เวลา 2 สัปดาห์ แต่พอมีเอดส์ต้องอย่างน้อย 2-3 เดือนครับ จนกว่าจะตรวจเลือดให้ผลลบแล้ว แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องใช้ถุงยางอนามัยกับภรรยาไปก่อน

ใช้ห้องน้ำร่วมกับคนมีเชื้อเอดส์...ติดไหม
อุจจาระและน้ำปัสสาวะมีปริมาณไวรัสน้อยมาก จนไม่สามารถติดต่อกันได้ ดีไม่ดีโดนน้ำยาฆ่าเชื้อก็หงิกไปเลย ส่วนน้ำอสุจิหรือน้ำจากช่องคลอดก็ไม่สามารถอยู่ในห้องน้ำได้นาน แม้จะสัมผัสถูกผิวหนังบางส่วนนอกร่างกายก็ไม่สามารถผ่านเข้าสู่ร่างกายได้ อย่างไรก็ตามการใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทำความสะอาดเป็นครั้งคราวก็จะช่วยได้แยะ เพราะน้ำยาเหล่านี้เป็นตัวฆ่าเชื้อเอดส์โดยตรงทีเดียว

กินอาหารกับคนมีเชื้อเอดส์ ติดไหม
ไม่ติดครับ น้ำลายมีปริมาณเชื้อน้อยมากจนไม่ติดต่อกันได้ ถ้าเป็นอาหารร้อนๆ ยิ่งทำให้เชื้อเอดส์ตายเร็วขึ้น แม้เชื้อเอดส์จะลงสู่กระเพาะก็จะโดนกรดในกระเพาะทำลายไป ยังไม่เคยมีรายงานว่ามีคนติดเชื้อเอดส์โดยวิธีนี้ ถ้ากลัวมาก...จะใช้ช้อนกลางก็ดีครับ

คนทำอาหารมีเลือดออก จะติดไหม
เลือดที่หยดลงอาหาร ถ้าอาหารนั้นได้ผ่านการอุ่นหรือทำให้ร้อน 50 องศาเซลเซียส นานกว่า 15 นาที เชื้อเอดส์ก็ตายหมดแล้ว แต่ถ้าไม่ได้อุ่น แล้วเอามากินก็มีสิทธิ์ได้ (แต่ก็ไม่มาก) ถ้าปากเรา ฟันเรา เหงือกเรา ไม่มีแผล ไม่ผุ ไม่อักเสบ ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่าไหร่

ใช้สระว่ายน้ำด้วยกัน จะติดไหม
แม้จะมีเลือด น้ำเหลืองหรือน้ำอสุจิ หรือน้ำจากช่องคลอด น้ำปัสสาวะ ลงไปในสระ มันก็จะถูกเจือจาง (dilute) ไปจนปริมาณไม่เข้มข้นพอที่จะติดต่อได้ และคลอรีนในสระ ก็เป็นตัวฆ่าเชื้อที่ดีอีกด้วย ไม่มีอะไรต้องห่วงครับ

ยุงกัด ติดไหม
ยุงไม่ใช่พาหะนำเชื้อเอดส์ได้เหมือน ยุงลายนำเชื้อไข้เลือดออก หรือยุงก้นปล่องนำเชื้อมาลาเรีย
เชื้อเอดส์เองก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในตัวยุงได้นาน เมื่อยุงดูดเลือดคนมีเชื้อเอดส์ไปแล้วไม่นาน เชื้อก็จะตายอยู่ในกระเพาะยุง เมื่อยุงไปกัดคนอื่นก็ไม่ติดต่อ
อีกอย่างเชื้อเอดส์ไม่สามารถแบ่งตัว (Duplicate) หรือเจริญเติบโตในกระเพาะยุงได้ จึงไม่สามารถเล็ดลอดไปสู่น้ำลายยุง จึงไม่ติดต่อ
แล้วปากยุงที่เพิ่งกัดคนมีเลือดเอดส์บวกล่ะ...ข้อนั้นไม่ต้องห่วง เพราะปากยุงมักไม่มีเลือดติดอยู่ หรือแม้จะมีก็น้อยมาก ไม่เหมือนเข็มฉีดยา ที่อาจมีเลือดติดซ่อนอยู่ได้ ดังนั้นถึงแม้จะกัดคนหลายคนก็ไม่ติดครับ
เคยมีการศึกษา ให้ยุงไปกัดคนที่มีเชื้อเอดส์ หลังจากนั้น 4 ชั่วโมง เอายุงนั้นมาประหารแล้วตรวจหาเชื้อเอดส์ปรากฏว่าตรวจไม่พบเชื้อเอดส์
คิดง่ายๆว่า ถ้ายุงสามารถแพร่เชื้อเอดส์ได้จริง เราคงได้พบคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ คนที่ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงเป็นเอดส์กันเป็นแถวๆ แล้วซิครับ บ้านเรายุงแยะเสียด้วย

คนบ้า เที่ยวเอาเข็มมาไล่ทิ่มชาวบ้าน จะติดไหม
ถ้าคนบ้านั้นมีเลือดเอดส์ ใช้เข็มทิ่มตัวเองมีเลือดสดๆติดอยู่ ก็มีสิทธิ์ แต่ถ้านานเป็นชั่วโมง แล้วมาทิ่ม เชื้อก็จะตายไปแยะ โอกาสติดก็น้อยลงครับ

ใช้เสื้อผ้าร่วมกับคนมีเชื้อเอดส์ ติดไหม
2เดือนที่แล้ว ขาดิฉันเป็นแผลทั่วทั้งขาเลยนะค่ะ แผลสุนัขข่วนค่ะ แล้วได้ไปหยิบกางเกงขายาวของน้าซึ่งเค้าติดเชื้อมาใส่เพราะคิดว่าเป็นของแม่เพราะมันเหมือนกัน แต่น้าก็ยังไม่มีอาการนะค่ะ คือยังไม่มีตุ่มมาใส่ ตอนแรกก็เฉยๆๆเพราะรู้ว่าไม่เป็นไร แต่ว่ามารู้อีกทีก็คือน้าเค้าได้ไปยืมกางเกงตัวนี้จากเพื่อนทีติดเชื้อด้วยกัน ดิฉันอยากจะทราบว่าถ้าหากกางเกงตัวนั้นมีเลือดหรืออะไรก็ตามที่ทำให้ติดเชื้อได้แล้วดิฉันนำมาใส่โดยที่ขาได้เป็นแผลไปหมดดิฉันจะมีโอาสติดเชื้อมั๊ยค่ะถ้าน้าเค้าไม่ได้ซักกางเกงหลังจากที่ยืมมา ฮ่อลืมไปค่ะ น้าเค้ายืมกางเกงมาได้ประมาณครึ่งวันนะค่ะ ดิฉันไม่ทราบว่าเชื้อจะตายรึเปล่า การเก็บก็พับไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้านะค่ะ ช่วยบอกด้วยนะค่ะว่ามีโอกาสติดเชื้อกี่เปอร์เซ็น ดิฉันกลุ้มใจมากค่ะ ขอบคุณค่ะ
ไม่ติดแน่นอน ไม่ว่าเสื้อผ้านั้นจะซักหรือไม่ซักก็ตาม เพราะเหงื่อ (หรืออาจมีน้ำลายด้วย) ไม่มีปริมาณมากพอที่จะก่อโรคได้ (แม้เรามีแผลก็ตาม) ยิ่งถ้าได้ซักก่อนโดนผงซักฟอก โดนเครื่องซักผ้าหมุนติ้วอย่างนั้นมันก็เวียนหัวตายไปแล้วครับ

ทะเลาะกัน ชกกันจนเลือดออก ติดไหม
แหม่...น่าคิดนะ...ดังนั้นจึงไม่ควรไปมีเรื่องกับคนมีเชื้อเอดส์นะครับ โดยเฉพาะพวกขี้ยาติดยาเสพติดทั้งหลาย

โดนกัดล่ะ ติดไหม
ถ้ากัดไม่เข้า กัดเบาๆ แบบหยอกล้อกัน ไม่มีแผลก็ไม่มีอะไรน่าห่วง แต่ถ้ากัดจริงๆ กัดจนมีแผลก็มีโอกาส (แปลว่ามีสิทธิ์ มีสิทธิ์แปลว่าอาจติดก็ได้ ไม่ติดก็ได้) แต่อย่างไรก็ตาม สบายใจได้หน่อยว่า ปริมาณเอดส์ในน้ำลายมีน้อย ถ้าโดนกัดรีบไปล้างก็จะปลอดภัยขึ้น

หมากัดคนมีเชื้อเอดส์ แล้วมากัดเรา ติดไหม
ถ้ากัดคนมีเลือดเอดส์บวก เลือดก็คงยังเละอยู่ในปากหมา เมื่อมากัดอีกคนต่อทันทีก็มีสิทธิ์ครับ แต่ถ้ากัดหลายชั่วโมงมาแล้ว ค่อยมากัดอีก โอกาสก็ยิ่งน้อยไปอีก
ผมว่าถ้าหมาเที่ยววิ่งไล่กัดคนโน้นคนนี้ สิ่งที่น่ากลัวกว่าเอดส์ก็คือ โรคหมาบ้า เป็นแล้วตายในเจ็ดวัน เป็นเอดส์ยังมีเวลาเป็นสิบปี แถมมียายับยั้งเชื้อ แต่โรคหมาบ้านี้ ไม่มีอะไรรักษาหรือยับยั้งได้เลย เป็นแล้วตายอย่างเดียว และตายในไม่กี่วันด้วย น่ากลัวกว่าเอดส์เป็นไหนๆ

ถูกแมวที่มีเชื้อเอดส์กัด จะติดไหม
แมวก็มีเชื้อเอดส์ครับ เรียกเชื้อ FIV ของคนเรียก HIV แมวในเมืองไทยมีแยอะแยะที่มีเชื้อเอดส์ แต่ก็ไม่ติดถึงคน ไม่ต้องห่วงครับ

ทำฟันล่ะ ติดไหม
ถ้าเป็นทันตแพทย์ปริญญา หรือตามโรงพยาบาลก็ไม่มีอะไรต้องห่วง เพราะหมอก็กลัวติดเอดส์เหมือนกัน ดังนั้นหมอเขาจึงต้องทำลายเชื้อและป้องกันอย่างดีที่สุด เครื่องมือเครื่องใช้กับคนหนึ่งแล้ว ต้องมีกรรมวิธีที่จะทำลายเชื้อ ชนิดว่าหมดจรดจริงๆ จึงจะนำไปใช้กับคนไข้รายต่อๆ ไปได้

ขึ้นรถเมล์ เบียดกันจะติดไหม
คุณคิดมากไปแล้ว ไม่ติดหรอก

จะผ่าตัดต้องได้รับเลือด จะปลอดภัยไหม
ปัจจุบันเลือดที่ได้รับจากสภากาชาด หรือของโรงพยาบาลแน่ใจได้เลย ว่าได้ผ่านการตรวจมาแล้วทุกขวดปลอดภัยเกือบ 100%...เอ๊ะหมายความว่ายังไง ก็หมายความว่า ถึงกระนั้นโอกาสตรวจผิดหรือเลือดมีเชื้อแต่ยังไม่ให้ผลบวกก็มี แต่ก็น้อยยยยย....มากๆ ถ้าอย่างนั้นจะทำอย่างไร ถ้ากลัวมากก็เอาญาติพี่น้องเพื่อนฝูง ที่ท่านแน่ใจว่าไม่มีเอดส์มาช่วยบริจาคจะปลอดภัยขึ้น
แต่ถ้าเป็นเลือดสามล้อ ตุ๊กๆ ที่มารอขายอยู่หน้าโรงพยาบาลอย่าเสี่ยงดีกว่า อาจได้รับของแถมโดยไม่รู้ตัว
อย่างไรก็ตาม ถ้าอยู่ในภาวะฉุกเฉินหรือคับขันไม่มีเลือดจริงๆ แล้วถ้าไม่ได้เลือดต้องตายแน่ๆ ในบัดเดี๋ยวนั้น ถึงจะเป็นเลือดเสี่ยงก็ต้องเอา เป็นเอดส์ตายอีกสิบปีข้างหน้า ดีกว่าต้องมาตายต่อหน้าต่อตาตรงนั้น จริงไหมครับ
แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน เช่น คุณจะต้องผ่าตัดที่หมอนัดล่วงหน้านานๆ ถ้าคุณกลัวเอดส์มาก คุณก็อาจไปบริจาคเลือดตัวเองเก็บสำรองไว้ล่วงหน้าก่อนการผ่าตัดไม่นานนัก เมื่อผ่าตัดและต้องใช้เลือดก็เอาเลือดของคุณเองมาใช้ วิธีนี้เขาเรียกAutotransfusion ก็สามารถกระทำได้ครับ

บริจาคเลือด จะติดเอดส์ไหม
ไม่ติดแน่นอนครับ เพราะเข็มที่ใช้จะใช้เข็มใหม่ทุกครั้งและเครื่องไม้เครื่องมือ ก็ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างดีแล้วทั้งสิ้น เลือดที่รับบริจาคมา จะได้รับการตรวจเอดส์ทุกรายเป็นการทราบผลตรวจเอดส์ฟรีด้วยครับ

สรุปเป็นเปอร์เซนต์การติดได้ไหม
  • รับเลือดจากผู้ติดเชื้อเอดส์ โอกาสติดมากกว่า 90 %
  • ทารกในครรภ์มารดาที่มีเชื้อ โอกาสติด 12-15 % แต่ถ้ากินยาป้องกันก็จะลดลงเหลือ 8 %
  • ร่วมเพศโดยไม่ใช้ถุงยางกับหญิงที่มีเชื้อ โอกาสติด 0.1-1.0 % ต่อหนึ่งครั้ง เพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้ง
  • ร่วมเพศโดยใช้ถุงยางกับหญิงที่มีเชื้อ แต่ถุงแตกหรือหลุด โอกาสติด 0.1-1.0 % ต่อหนึ่งครั้ง เพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้ง
  • ร่วมเพศทางทวารหนัก กับผู้ติดเชื้อเอดส์ โดยไม่ป้องกัน โอกาสติดติดเชื้อเอดส์ 0.1 – 3.0%
  • ฉีดยาเสพติดด้วยเข็มที่มีเชื้อ โอกาสติด 1 % ต่อหนึ่งครั้ง เพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้ง
  • ถูกเข็มที่ขี้ยาทิ้งไว้บนที่นั่งในโรงหนังทิ่มก้น โอกาสติดเชื้อ 0.4 %
  • บุคคลากรทางการแพทย์ถูกเข็มตำ โอกาสติด 0.5 %

มีอัตราเสี่ยงเท่าไร ? ถ้ามีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดโดยไม่ป้องกันและไม่มีการหลั่งน้ำกามออกมา

แบบที่ 1.ตามสถิติ โอกาสที่เป็นไปได้ที่จะติดเชื้อ เมื่อมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดกับคู่นอนมีเลือดบวก
แบบที่ 2.พิจารณาเกี่ยวกับ มีปัจจัยอะไรที่ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น หรือน้อยลง

(จาก New England Journal of Medicine)
โอกาสที่เป็นไปได้ ในการติดเชื้อ เฮชไอวี ต่อ ครั้ง กับคู่นอนที่มีเลือดเฮชไอวีบวก

เชื้อเฮชไอวีติดต่อเข้าสู่ร่างกายหาก โอกาสที่เป็นไปได้ในการติดเชื้อเฮชไอวี
ไม่ป้องกัน เป็นฝ่ายรับ เพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก 8 - 32 ครั้งใน 1,000 ครั้ง
ไม่ป้องกัน เป็นฝ่ายหญิง เพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด 5 - 15 ครั้งใน 10,000 ครั้ง
ไม่ป้องกัน เป็นฝ่ายชาย เพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด 3 - 9 ครั้งใน 10,000 ครั้ง
อุปกรณ์ใช้ฉีดยาที่ติดเชื้อเฮชไอวี 67 ครั้งใน 10,000 ครั้ง
ถูกเข็มที่ติดเชื้อเฮชไอวีตำ 32 ครั้งใน 10,000 ครั้ง
ท่านจะเห็นได้ว่า การเป็นฝ่ายรับมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด มีอัตราเสี่ยงน้อยกว่า ทางทวารหนักหรือ ใช้เข็มร่วมกัน สังเกตุเห็นได้ว่า การจะหลั่งน้ำกามหรือไม่หลั่ง ไม่มีส่วนสำคัญเลย การติดเชื้อโรคจากการมีเพศสัมพันธ์ หากมีโรคติดเชื้อตัวอื่นอยู่ก่อนโอกาสที่จะติดเชื้อเฮชไอวีไปด้วย จะง่ายขึ้น

อัตราเสี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดโดยมีการหลั่งน้ำกาม สมมุติว่าฝ่ายชายเป็นผู้ติดเชื้อเฮชไอวีอยู่ ปัจจัยเสี่ยงมี ดังนี้
  • ปริมาณน้ำกามมีมากน้อยเท่าไร
  • การไม่หลั่งน้ำกามจะเสี่ยงน้อยกว่ามีการหลั่งน้ำกาม
  • แต่ถึงอย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับมีเชื้อไวรัสมากน้อยเท่าไรในน้ำกามนั้นด้วย
  • ไวรัสโหลดในฝ่ายชายมีเท่าไร
  • ฝ่ายชายติดเชื้ออยู่ในระยะไหนของโรค มีจำนวนเชื้อเฮชไอวีเท่าไร ถ้าปริมาณสูงมากโอกาสเสี่ยงมาก
  • ฝ่ายชายเป็นโรค ท่อปัสสาวะอักเสบ (หนองใน) หรือโรคติดเชื้อทางเพศอย่างอื่น อยู่หรือเปล่า
  • เมื่อฝ่ายชายเป็นหนองใน แสดงว่า มีเม็ดเลือดขาวออกมาจะมีเชื้อเฮชไอวีร่วมด้วย อย่างแน่นอน และปริมาณมากจะออกมากับน้ำกามที่หลั่ง
  • ฝ่ายชายมีแผลอักเสบอยู่บริเวณผิวหนังของอวัยวะเพศ ?
  • นอกจากในท่อปัสสาวะแล้ว ผิวหนังด้านนอกของอวัยวะเพศมีแผลอักเสบจากโรคติดเชื้อทางเพศ เช่น เริม หงอนไก่ ซิฟิลิส ? แผลเหล่านี้จะถ่ายเชื้อไวรัส รวมทั้งเชื้อเฮชไอวีด้วย
  • เยื่อบุช่องคลอดฝ่ายหญิง มีแผลอักเสบใดๆอยู่ก่อน ?
เป็นสิ่งสำคัญที่ต้อง ตรวจภายในเป็นประจำหากคุณอยู่ในวัยเจริญพันธ์ หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ขณะที่คุณรู้สึก ระคายเคือง ร้อนๆ หรือมีตกขาวออกจากช่องคลอด ใช้เจลหล่อลี่น ช่วยลดอันตรายหรือการเสียดสีต่อเยื่อบุช่องคลอดได้

บุคคลากรทางการแพทย์มีอัตราเสี่ยงเท่าไร ?

บุคลากรทางการแพทย์คือ บุคคลใดก็ตามเช่น ลูกจ้าง นักเรียนนักศึกษา แพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล พนักงานที่มี ส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยและสัมผัสกับเลือด หรือของเหลวจากร่างกายของผู้ป่วยในสถานพยาบาลหรือในห้องทดลอง

การสัมผัสเสี่ยงต่อการติดเชื้อคือ การได้รับอุบัติเหตุผ่านทะลุผิวหนัง เช่นเข็มทิ่มตำ ของมีคมบาดเป็นแผล การสัมผัส ของเชื้อผ่านเยื่อบุต่างๆ ( ตา ปาก ทวาร ) หรือผ่านผิวหนังที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเช่น ผิวหนังที่มีรอยแตก รอยถลอก หรือผิวหนังอักเสบ การสัมผัสกับผิวหนังปกติแต่ระยะเวลาสัมผัสโดยตรงเป็นเวลานานและไม่มีอุปกรณ์ป้องกันเช่น ใน ห้องทดลอง ห้องวิจัย สิ่งที่สัมผัสคือ เลือด เนื้อเยื่อ หรือของเหลวจากร่างกาย หมายถึง น้ำอสุจิ น้ำคัดหลั่งช่องคลอด หรือของเหลวที่มีเลือดปนเปื้อนอย่างเห็นได้ชัด น้ำไขสันหลัง น้ำช่องข้อกระดูก น้ำช่องเยื่อหุ้มปอด น้ำช่องท้อง น้ำจากช่องเยื่อหุ้มหัวใจ น้ำคล่ำจากการตั้งครรภ์
สำหรับน้ำลายถ้าไม่มีเลือดปนเปื้อนถึงแม้จะสัมผัสถูก หรือจากการจูบก็ไม่ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV
ส่วนน้ำตา เหงื่อ น้ำปัสสาวะหรืออุจจาระที่ไม่มีเลือดปน ก็ไม่ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
สำหรับน้ำนมถือเป็นการติดเชื้อจากการตั้งครรภ์โดยเชื้อจากมารดาสู่ทารก แต่ไม่ถือว่าเป็นความเสี่ยงในด้านการปฏิบัติ งานของบุคลากรเมื่อมีการสัมผัส

อัตราเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV จากการปฏิบัติงานของบุคลากร
อัตราเสี่ยงโดยเฉลี่ยเมื่อสัมผัสกับเลือดของผู้ติดเชื้อ HIV โดยทะลุผิวหนัง ประมาณ 0.3%
อัตราเสี่ยงโดยเฉลี่ยเมื่อสัมผัสกับเลือดของผู้ติดเชื้อ HIV โดยผ่านเยื่อบุ ประมาณ 0.09 %
อัตราเสี่ยงโดยเฉลี่ยเมื่อสัมผัสกับเลือดของผู้ติดเชื้อ HIV โดยผ่านผิวหนังที่มีความเสี่ยง ประมาณน้อยกว่า 0.09 %
อัตราเสี่ยงติดเชื้อเมื่อสัมผัสเนื้อเยื่อ หรือของเหลวจากร่างกายของผู้ติดเชื้อ HIV ไม่มีตัวเลขที่แน่นอน

ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อโดยทะลุผ่านผิวหนัง
  • มีการสัมผัสต่อเลือดจำนวนมาก เช่น พบเลือดของผู้ติดเชื้อบนเครื่องมือ, เข็มที่ทิ่มตำพึ่งผ่านการเจาะ เข้าหลอดเลือด ของผู้ติดเชื้อ หรืออุบัติเหตุทิ่มตำเข้าลึก
  • เลือดจากผู้ป่วยที่อยู่ในระยะสุดท้าย ซึ่งมีจำนวนเชื้อไวรัสมาก หรือเป็นเชื้อไวรัสที่มีสายพันธ์ที่รุนแรง
  • ปฏิกิริยาตอบสนองจากภูมิคุ้มกันของบุคลากร
หญิงมีโอกาสรับเชื้อมากกว่าชาย จริงหรือไม่

ฝ่ายหญิงมีโอกาสรับเชื้อจากฝ่ายชาย มากเป็น 10 เท่าของฝ่ายชายที่จะรับเชื้อจากฝ่ายหญิง และฝ่ายหญิงมีโอกาสรับเชื้อจากฝ่ายชาย 9 - 15 ใน 10,000 ครั้ง

สิ่งที่เป็นจริงคือ
  • เซลล์เยื่อบุช่องคลอด เปราะบางกว่าผิวหนังอวัยวะเพศของชาย อย่างไรก็ตามถ้าหาก มีการระคายเคือง หรือมีแผล เช่น เริม หรือเชื้อรา อัตราเสี่ยงก็จะสูงขึ้น
  • ปัจจัยอื่นคือ ช่องคลอดของฝ่ายหญิงมีพื้นที่ผิวสัมผัสมากกว่า
  • ขาดการหล่อลื่นขณะมีเพศสัมพันธ์
  • การเปลี่ยนแปลงปากมดลูกขณะมีประจำเดือน
  • ปากมดลูกที่โดนกระแทก มีโอกาสเกิดการอักเสบได้ง่าย

ความเข้าใจผิดกับการติดเอดส์

มีหลายคนไปเที่ยวหมอนวดแล้วแทนที่จะมีความสุข กลับมาทุกข์ใจ แล้วมา post ถามว่า อย่างนี้ผมจะติดเอดส์ไหม

จะสรุปสั้นๆว่า เท่าที่เคยเจอมา ที่ติดเชื้อ HIV ให้เห็นนั้น เป็นประเภทมีเพศสัมพันธ์โดยการสอดใส่แล้วไม่ได้ป้องกันเท่านั้น ส่วนที่น้ำไหลั่งมาโดนผิวข้างนอกแล้วติด HIV ยังไม่เคยเจอ

  1. กรณีที่ใช้ถุงยางอนามัยแล้ว ใช้อย่างถูกต้อง ไม่รั่ว ไม่แตก ไม่หลุด ก็ไม่ต้องไปวิตกกังวลอะไรอีก

  2. อวัยวะส่วนที่ถุงยางคลุมไม่ถึง คือตรงโคน อาจติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างอื่นได้ เช่น เริม แผลริมอ่อน ซิฟิลิส โลน หรือโรคผิวหนังอื่นๆ

  3. แผลที่ผิวหนังที่จะติดได้ คือแผลสดเท่านั้น (แต่ก็ใช่ว่าจะติดได้ง่ายๆ ) ถ้าแผลแห้งมีเกร็ดเลือดมาปิดแล้ว ก็ไม่ถือว่าเป็นแผลสด โดยทางเทคนิคแล้วแผลสดๆมีน้ำเลือดน้ำเหลืองเยิ้ม ก็เป็นช่องทางที่เชื้อ hiv จะเข้าสู่ร่างกายได้ จะถือว่าไม่สดโดยปกติก็หลายชั่วโมงผ่านไปแล้วจึงจะปลอดภัย แผลสดถ้าเป็นแผลลึกหรือแผลใหญ่อาจใช้เวลานานกว่านั้น
  4. หนังที่นิ้วหรือหัวหน่าวจะหนากว่าเยื่อบุในท่อปัสสาวะ ในช่องคลอด หรือทวารหนัก โอกาสติดก็มีน้อยกว่า แต่ก็ควรสังวรณ์ นิ้วไม่ซุกซนไว้แหละดี

  5. oral sex ติดไหม

    @ตอบ... ผู้ถูกกระทำ โอกาสติด HIV จากน้ำลายยังไม่เคยเจอ
    ส่วนผู้กระทำคือผู้ใช้ปาก โอกาสติดก็มี เพราะในน้ำหลั่งชาย น้ำหลั่งหญิงมีเชื้อเป็นจำนวนมาก ถ้าในปากมีการอักเสบ ฟันผุ เหงือกอักเสบ ก็เป็นช่องทางให้เชื้อเข้าไปได้ และก็เคยมีรายงานการติด HIV ในรายชายรักเพศเดียวกันมาแล้ว แม้มีไม่กี่ราย แต่ก็เป็นไปแล้ว

  6. อาบน้ำเฉยๆติดไหม

    @ตอบ... แหม...คิดมากไปแล้วครับ อาบน้ำในอ่างเดียวกับหมอนวด ถึงแม้หมอนวดจะมีเชื้อ HIV น้ำหลั่งของเธอจะออกมาปนกับน้ำอาบ พอโดนน้ำร้อนบวกคลอรีน เชื้อก็ตายหมดแล้วครับ

  7. มีอะไรกันเสร็จแล้ว ถอดถุงยางแล้วเอาน้องชายไปล้างในอ่างจะติดไหม

    @ตอบ... ไม่ติดหรอกครับ แต่น้ำนั้นก็ไม่ค่อยสะอาด ใช้น้ำหัวฉีดดีกว่าครับ

  8. เสร็จกิจแล้ว อย่าแช่นานจนน้องชายเหี่ยว ถุงจะหลุด เวลาถอนสมอก็ใช้กระดาษทิชชูจับโคนถุงยางไว้ด้วย ไม่งั้นอาจโดนหนีบ น้องชายออกมาแต่ถุงคาอยู่ในนั้นได้

  9. เวลาถอดถุงยางให้ใช้กระดาษทิชชูจับโคนถุงยางแล้วค่อยๆรูดออก แล้วทิ้งถังขยะ แต่ถ้าจะทดสอบรอยรั่ว ก็รองน้ำจากก็อก
    ถ้าน้ำของหญิงโดนนิ้วจะติดไหม....ดูข้อ 4.

  10. ผมไปเที่ยว ออน. มา 20 วันแล้ว ตอนนี้มีอาการ ตัวร้อน คอร้อน เป็นบางครั้ง มีเสลดในลำคอ ไม่ยอมหาย หายใจออกมาร้อนมากเลยครับ ผมมีโอกาสเป็นโรคเอดส์ริเปล่า

    @ตอบ... อาการเอดส์ไม่ออกเร็วปานนั้นหรอกครับ เอดส์จะแสดงอาการต้องหลังจากรับเชื้อหลายปีแล้ว ดังนั้นถ้าไปเสี่ยงมาแค่ไม่กี่วันหรือไม่กี่เดือน(ยังไม่ถึงปี)แล้วมีอาการอะไรก็ตาม ไม่ใช่เป็นอาการจากเอดส์แน่นอน อาจเป็นจากโรคอื่นได้ แนะนำให้ไปหาหมอตรวจรักษาเสีย ก็จะหายครับ

  11. อาการคันตามตัวแล้วเกาเกิดเป็นแผลและมีหนองขึ้นเป็นตุ่มเกิดจากอะไรครับหลังเสี่ยงมาได้1เดือนครับ

    @ตอบ... เป็นโรคผิวหนังธรรมดา แนะนำให้ไปหาหมอโรคผิวหนังเพื่อตรวจ รักษา
    เอดส์จะแสดงอาการต้องหลังจากรับเชื้อหลายปีแล้ว ดังนั้นถ้าไปเสี่ยงมาแค่ไม่กี่วันหรือไม่กี่เดือน(ยังไม่ถึงปี) แล้วมีอาการอะไรก็ตาม ไม่ใช่เป็นอาการจากเอดส์แน่นอน

  12. ผมเที่ยวมา หลังจากเที่ยวได้ 3-4 วันคอแห้งลิ้นแห้งพอไปดูกระจกเห็นลิ้นเป็นฝ้าขุยที่โคนลิ้นตกใจและนอนคิดเครียดมากผม ผมจะติดเอดส์ไหม

    @ตอบ... อาการที่ว่าไม่เกี่ยวกับเอดส์แน่นอน (ส่วนจะติดหรือไม่ติดก็เป็นอีกเรื่อง)
    เอดส์จะแสดงอาการต้องหลังจากรับเชื้อหลายปีแล้ว ดังนั้นถ้าไปเสี่ยงมาแค่ไม่กี่วันหรือไม่กี่เดือน(ยังไม่ถึงปี)แล้วมีอาการอะไรก็ตาม ไม่ใช่เป็นอาการจากเอดส์แน่นอน

  13. ตอนนี้มีอาการเป็นตุ่มเม็ดเลือดแดง ๆ เม็ดเล็ก ๆ ตามแขน หลังจากไปเสี่ยงมา 23 วัน อาการที่ว่านี้เป็นโรคเอดส์ริเปล่า เป็นเม็ดเลือดแดง ๆ เม็ดเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังครับคุณหมอ

    @ตอบ... อาการที่ว่าเป็นเรื่องโรคผิวหนังธรรมดาทั่วไป ไม่เกี่ยวกับเอดส์แน่นอน (ส่วนจะติดหรือไม่ติดก็เป็นอีกเรื่อง) แนะนำให้ไปหาหมอโรคผิวหนังรักษาเสีย จะได้หายไม่ต้องมากังวลใจอีก
    เอดส์จะแสดงอาการต้องหลังจากรับเชื้อหลายปีแล้ว ดังนั้นถ้าไปเสี่ยงมาแค่ไม่กี่วันหรือไม่กี่เดือน(ยังไม่ถึงปี) แล้วมีอาการอะไรก็ตาม ไม่ใช่เป็นอาการจากเอดส์แน่นอน

  14. ผมไปเทั่ยวอย่างว่ามาเมื่อสองเดือนที่แล้ว ตอนนี้มีอาการออกร้อนวูบวาบ บางวันก็มีอาการท้องเสียบ่อยๆ ผมจะติอเอดส์ไหม

    @ตอบ... เอดส์จะแสดงอาการต้องหลังจากรับเชื้อหลายปีแล้ว ดังนั้นถ้าไปเสี่ยงมาแค่ไม่กี่วันหรือไม่กี่เดือน(ยังไม่ถึงปี) แล้วมีอาการอะไรก็ตาม ไม่ใช่เป็นอาการจากเอดส์แน่นอน อาการของคุณน่าจะเป็นรื่องท้องเสียธรรมดาทั่วไป ที่บังเอิญมาเกิดตอนนี้แล้วใจคุณก็หวั่นโรคเอดส์ก็เลยจับเอามาเกี่ยวข้องกัน ไม่มีอะไรหรอก ไปหาหมอรักษาก็หายครับ

  15. ไปเที่ยวสวมถุงชั้นเดียวหรือสองชั้นดีกว่าครับ ระหว่างใส่แค่ชั้นเดียว หรือกับใส่ทีเดียวสองชั้นอย่างไหนจะดีกว่าครับ

    @ตอบ... เดี๋ยวนี้เขา ..พัด ตะ นา แล้วววว...ชั้นเดียวก็พอครับ

  16. เอานิ้วใส่เข้าไปในช่องคลอดของผู้ญ.จนนิ้วเลอะนํากามทั้งนิ้วจะเป็นเอดส์ได้ไหมครับ

    @ตอบ... สงสัยคนถามจะเป็นสมาชิก "ชมรมผู้นิยมจุ้มจิ่ม" ละมัง ....เอดส์ไม่ได้ติดง่ายๆอย่างนั้นหรอครับ ถึงจะมีแผลบ้างก็ใช่จะติดง่ายๆ ถ้าไม่เอา"เจ้าตัวยุ่ง"สอดใส่ ก็ไม่มีอะไรต้องห่วง

  17. เมื่อไหร่ผมจึงจะแพร่เชื้อได้ หนึ่งชั่วโมง หรือหนึ่งวัน หรือหนึ่งเดือน
    ผมไปเที่ยวอาบอบนาบมาถ้าได้รับเชื้อHIV มาแล้วต่อมาผมมานอนกับแฟน แฟนจะติดเชื้อไหม

    @ตอบ... แหม...เป็นคำถามที่ตอบยากจริงๆ เพราะหาคนมาทดลองได้ยาก พอถามหาก็ถอยกรูดทุกราย

    แต่มีการศึกษาในลิง โดยฉีดเชื้อเข้าไป จะตรวจพบเชื้อในกระแสเลือดภายใน 7 - 12 วัน ดังนั้นถ้าจะเทียบเคียงกับคนอย่างเร็วที่สุดต้องใช้เวลา 7 - 12 วันหลังจากได้รับเชื้อ

    แต่.....การติดเชื้อHIVในคนนั้นไม่ได้แปลว่าพอร่วมกับคนที่มีเชื้อแล้วต้องติดเชื้อ HIV เสมอไปยังมีปัจจัยอื่นอีกมากเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น

    • ผู้แพร่เชื้อ มีปริมาณเชื้อไวรัสในกระแสเลือดมากน้อยแค่ไหน
    • มีโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วยหรือไม่(เช่นหนองในเป็นต้น)
    • ในเวลานั้นมีเชื้อในน้ำอสุจิหรือ น้ำคัดหลั่งในช่องคลอดมากน้อยแค่ไหน
    • มีประจำเดือนหรือเปล่า (สัมผัสเลือด)
    • มีแผลอักเสบร่วมด้วยไหม
    • ขึ้นกับชนิดของสายพันธ์
    • ผู้รับเชื้อมีภูมิต้านทานแข็งแรงหรืออยู่ในภาวะอ่อนแอ
    • มีบาดแผลหรือแผลอักเสบที่เป็นช่องทางให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายหรือเปล่า
    • ฯลฯ
  18. หนึ่งชายสองหญิงแบบแซนด์วิช ใช้ถุงยางร่วมกันจะติดกันไหม

    หมายความว่าหนึ่งชายมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสองคนในเวลาเดียวก้น (สหเซ็กส์) ฝ่ายชายใช้ถุงยางอนามัยกับหญิงหนึ่งที่มีเชื้อ HIV แล้วมาร่วมกับหญิงอีกคนโดยไม่ได้เปลี่ยนถุงยาง หญิงคนที่สองจะติดเชื้อได้ไหม

    @คำตอบ...ได้ครับ แต่...โอกาสติดจะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับรูปแบบของเพศสัมพันธ์ มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก (anal sex)เสี่ยงกว่าทางช่องคลอด ทางช่องคลอดเสี่ยงกว่าทางปาก (oral sex)

นพ.รุ่งโรจน์ ตรีนิติ


คุณเป็นคนที่ :
ตั้งแต่ 4 สิงหาคม 2544


[ BACK TO LIST]

[Home] [ เพศ] [ครอบครัว] [ ผู้สูงวัย ] [วัยรุ่น] [ เลี้ยงลูก ] [ โรคเด็ก ][คุมกำเนิด] [ โรคสตรี ] [กามโรค] [เกย์] [ สุขภาพจิต] [ law ]