คลินิกรัก Clinic Love for Happy Family

รวบรวมคำถามโดย doreme'
ตอบโดย หมอ spy

ไปอัลตราซาวด์แล้วผลปรากฎว่าไม่ท้อง จะแน่ใจได้อย่างไรคะว่าไม่ท้องจริงๆ เชื่อถือได้แค่ไหน จะถูกหลอกเอาเงินหรือเปล่า ?
การตรวจ ultrasound ทางหน้าท้อง ในกรณีที่ท้องอ่อนๆอาจมองไม่เห็นการตั้งครรภ์ได้  หรือถ้าไม่ได้กลั้นปัสสาวะมาก่อน ภาพก็อาจไม่ชัด หรือบางคนกินยาขับ ยาสตรีมา อาจมีเลือดออกอยู่ในโพรงมดลูกบ้าง ทำให้ไปบังมองไม่เห็นถุงของการตั้งครรภ์  หรือถ้าผู้ตรวจรีบไม่ได้ใช้เวลาดูให้ดีพอ ก็อาจยังตรวจไม่พบ
ซึ่งจริงๆแล้ว อาจตรวจปัสสาวะช่วยยืนยันการตั้งครรภ์ได้อีกวิธี เพราะชุดตรวจสอบปัสสาวะปัจจุบันมีความไวสูง อาจบอกได้ดีกว่า ultrasoundว่าตั้งครรภ์หรือไม่ แต่ที่เขาไม่ทำก็เพราะว่า แม้ว่าตรวจพบว่าตั้งครรภ์ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า ท้องนอกมดลูกหรือไม่ ขืนไปทำให้ แล้วไม่ได้ตรวจสอบ สิ่งที่ดูดออกมาให้ดี (ซึ่งเล็กๆจะดูยาก) ปล่อยให้คุณกลับบ้านไป โดยคิดว่าเรียบร้อยแล้ว แล้วคุณกลับไปปวดท้อง ตกเลือด เนื่องจาก ท้องนอกมดลูกแตก ก็จะมาโทษว่าทางเขาทำไม่ดีก็จะเสีย จะเดือดร้อน อีกอย่างถ้าท้องเล็กเกิน ปากมดลูกจะเล็ก แข็ง ปิด การใส่เครื่องมือจะทำได้ยากกว่า ท้องที่โตขึ้นมาอีกหน่อย ซึ่งอาจทำให้ปากมดลูกฉีกขาด มดลูกทะลุ ได้ง่ายกว่า และถ้าระวังมากไป ใส่เครื่องมือไม่สุด อาจดูดได้แต่เยื่อบุมดลูก  แต่ถุงของการตั้งครรภ์ยังอยู่ ทำให้การตั้งครรภ์นั้นดำเนินต่อไปได้  สรุปว่าเล็กเกินไปก็ไม่เหมาะที่จะทำ แต่ใหญ่เกินไปก็ไม่ดี เมืองนอกเขาใช้ยา แต่ยาก็ไม่ 100%เหมือนกัน และยาบางตัวเมืองไทยก็ยังไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย แม้ว่าจะเห็นคนใช้กันเยอะแยะกันไปหมด โดยเฉพาะกรณีท้องนอกมดลูก ปํจจุบันมีการศึกษาว่าสามารถใช้ยารักษาได้ผลถึง 70-80% โดยไม่ต้องผ่าตัดสามารถ preserved ปีกมดลูกไว้ได้และยังทำงานได้ด้วย ซึ่งการรอ อีก 2 อาทิตย์ก็อาจจะเสียโอกาสตรงนี้ไป ต้องผ่าอย่างเดียว แต่บางสถาบัน เช่นจุฬา ก็ยังผ่าอย่างเดียว ไม่ได้ลองใช้ยาดูก่อน 

             กรณีของคุณ  ถ้ากังวลมากอาจไปตรวจที่โรงพยาบาลโดยขอให้หมอตรวจ ultrasoundโดยใช้หัวตรวจชนิดสอดเข้าทางช่องคลอดอาจทำให้เห็นชัดกว่า  ตรวจพบได้เร็วขึ้น แต่ค่าตรวจก็จะแพง หลายร้อย ไม่ใช่ 150 บาท ที่คุณตั้งข้อสังเกตุว่าอาจถูกหลอกเอาเงินน่ะดีแล้ว เพราะมีหลายคลีนิคมากที่ หลอกกิน ฟรี ไม่ท้องบอกว่าท้อง แล้วหลอกฉีดยา จัดยาให้กิน แนะให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลของรัฐ หรือซื้อที่ตรวจมาตรวจด้วยตัวเองก่อนเป็นเบื้องต้น จะสบายใจกว่า ถ้าไปคลีนิคที่ไหนที่เขาจะใช้ยา ให้ถามเขาว่า ถ้าไม่ออกจะคืนเงินให้หมดใช่ไหม และถ้ามีผลแทรกซ้อนเขาจะรับผิดชอบรักษาให้ฟรีหรือรับผิดชอบค่าใช้จ่ายกรณีที่ต้องเข้าโรงพยาบาลใช่ไหม และค่าใช้จ่ายที่เขาจะเก็บคือแค่นั้นใช่ไหม ไม่ใช่นัดมาหลายๆครั้งเก็บเงินทุกครั้งจนบางคนหมดเป็นหมื่นก็มี ถ้าคำตอบคือไม่ ขอให้คุณเดินออกจากร้านไปเลย ไม่ต้องไปสนใจ คุณกำลังจะถูกหลอก 

ท้อง...แต่ยังไม่พร้อม มีวิธีทำแท้งแบบไหนบ้างคะ และผลข้างเคียงเป็นอย่างไร ?
ในการทำแท้งในอายุครรภ์น้อย มีวิธีใช้ยา และใช้เครื่องมือดูดออก ซึ่งแต่ละวิธีจะมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ในการใช้ยา ที่ได้ผลและยอมรับทั่วไป ก็จะมี ยากิน ยาฉีด และยาสอดช่องคลอด ส่วนใหญ่จะใช้ร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดอาการข้างเคียง ยาฉีด คือยา methotrexate  ซึ่งเดิมใช้รักษามะเร็งของการตั้งครรภ์ choriocarcinoma โดยจะไปยับยั้งการแบ่งเซลในระยะ metaphase พบว่าสามารถรักษาท้องนอกมดลูกโดยฉีดเข้าที่ก้อนผ่านกล้อง ทำให้ฝ่อได้  ต่อมามีคนทดลองฉีดเข้ากล้ามเนื้อสะโพกโดยไม่ต้องเจาะท้องก็ได้ผล ต่อมาก็มีคนศึกษานำมาฉีดขับในท้องปกติ (ในมดลูก)ก็ได้ผล
เช่นเดียวกัน 
             ในอเมริกา ก่อนที่จะยอมรับตัว RU486 ก็ใช้ยาตัวนี้แหล่ะแทน โดยใช้ร่วมกับยาเหน็บ cytotec อย่างไรก็ตามผลที่ได้ ไม่ประทับใจ เพราะช้า ต้องรอ 7-35 วันกว่าจะรู้ว่าออกหรือไม่ออก รอถึงตอนนั้นท้องก็จะโตขึ้นมากแล้ว ถ้าไม่ออก ต้องทำอย่างอื่นต่อเพื่อเอาออก เพราะยาค่อนข้าง toxic ต่อทารก ยังไงก็จะเปลี่ยนใจเอาเด็กไว้ก็ไม่ได้ และถ้าท้องโตเกิน 9 อาทิตย์ การใช้ยา methotrexate
+cytotec ผลที่ได้ ไม่ต่างจากการใช้ cytotec เดี่ยวๆ ส่วนอาการข้างเคียง เช่นพิษต่อตับ ผมร่วง มีไข้ ท้องเสีย เป็นแผลร้อนในในปาก พบอาการไม่มาก คนไข้พอทนได้ ฉะนั้นถ้าหา RU486ได้ไม่แนะนำให้ใช้ยาฉีดตัวนี้ ยังมียาฉีดอีกตัว ซึ่งเป็นยา Prostaglandin เหมือน ยาเหน็บ cytotec คือ nalador แต่เนื่องจากราคาแพง เก็บรักษาลำบาก และมีรายงานทำให้มดลูกแตก,เกิดอาการแทรกซ้อนทางโรคหัวใจ มีคนไข้เสียชีวิต จึงไม่เป็นที่นิยม บางประเทศก็ให้เก็บยาออกจากท้องตลาดไปแล้ว

หาซื้อยา RU 486 กับ Misoprostol ได้ที่ไหน ค่ะ ?
RU 486 ยังไม่อนุญาตให้ขายในเมืองไทย จึงไม่สามารถหาซื้อได้แบบทั่วไป ส่วน Misoprostol หรือ cytotec มีขายตามร้านขายยาทั่วไป เม็ดละสิบกว่าบาท เรื่องยา ปรึกษาเภสัชกรที่ร้านขายยาครับ 
(หมายเหตุ ปัจจุบัน cytotec ไม่อนุญาตให้มีขายตามร้านขายยาทั่วไปแล้ว มีใช้แต่เฉพาะในโรงพยาบาลและต้องมีเหตุผลในการใช้เท่านั้น)

จะแน่ใจได้อย่างไรว่าทำแท้งแล้วออกหมดแน่นอน  ?
การที่มีเลือดออกมาก ไม่ได้แปลว่าเรียบร้อยแล้ว ต้องเห็นเนื้อเยื่อสีขาวๆลักษณะเป็นถุง คล้ายๆ กระเพาะปลา เป็นขุยๆรอบๆ หรืออาจเห็นตัวอ่อน (เกิน 9 wks) ถ้าไม่เห็น หรือไม่แน่ใจ หรือหล่นลงในโถ ขณะไปเข้าห้องน้ำ ก็ต้องตรวจ ultrasound ใน1-2 อาทิตย์ต่อมา เพื่อดูว่า ถุงของการตั้งครรภ์ ยังอยู่หรือไม่ หรือเห็นหัวใจเด็ก ยังเต้นอยู่หรือเปล่า ถ้ายังมี การตั้งครรภ์นั้นอาจดำเนินต่อไปได้ ทั้งๆที่มีเลือดออก ถ้าไม่มี แต่ยังมีเลือดออกมาก ก็อาจเป็นการแท้งค้างหรือไม่ครบ ซึ่งการรักษา อาจใช้ยาcytotec ซ้ำ หรืออาจต้องขูดมดลูก อาการแพ้ท้อง ขึ้นอยู่กับว่า ยังท้องอยู่หรือไม่ หรือในบางกรณี ถ้ายังมีเนื้อเยื่อบางส่วน(chorionic villi)ที่ยังสร้าง ฮอร์โมน hcg ยังออกไม่หมด ก็จะยังแพ้ท้องอยู่และถ้า ตรวจปัสสาวะพบว่ายังตั้งครรภ์ ทั้งๆที่จริงออกไปแล้ว ประจำเดือน เดือนหน้าก็อาจไม่มา หรือ มาช้า 
           แนะนำให้คุณไปตรวจ ultrasound ดูก่อน ถ้ายังตั้งครรภ์อยู่ หรือออกไม่หมด อาจต้องขูดมดลูก หรือใช้ยาซ้ำ(อาจต้องให้ยาอื่นร่วมด้วย เช่น RU486) จะเห็นว่าการใช้ยา ไม่ได้ง่ายอย่างที่หวังเลย โดยเฉพาะ ถ้าใช้ cytotec เพียงตัวเดียว ในท้อง 3 เดือนแรก  (เนื่องจาก มดลูกจะไม่ค่อยrespond ต่อ prostaglandin มีการศึกษาว่าถ้าให้ RU 486 ไป sensitized มดลูกก่อน ผลจะดีกว่ามาก ผลข้างเคียงน้อยกว่า) เลือดจะออกมาก และนานกว่าปกติ ไม่ออก ออกไม่หมด อาการข้างเคียงของยา ปวดท้อง เป็นไข้+/-หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย อ่อนเพลีย แต่ก็อาจมีข้อดีตรงที่มีความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องไปเสี่ยงกับอันตรายจากเครื่องมือ และการวางยาสลบ 

ยาเหน็บมีกี่ ชนิดค่ะ แต่ละชนิดต่างกันไหมค่ะ มีขายตามร้านขายยาทุกร้านไหมค่ะ ?
มีหลายชนิด แต่ไม่มีขายทั่วไป แพง เก็บรักษายาก ต้องแช่เย็น อายุสั้น ที่มีแพร่หลาย ก็ตัวนี้แหละ misoprostol หรือชื่อทางการค้าว่า cytotecเคยมีรายงานเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ของ cytotec กับ gemepost ตามหลังการใช้ยา RU486 เพื่อยุติการตั้งครรภ์ ปรากฏว่าได้ผลไม่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นถ้าจำเป็นต้องใช้ยาเหน็บ คิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องไปหายาเหน็บตัวอื่นมาใช้อีก นอกจากเขาล่ะ cytotec ตามร้านขายยาใหญ่ๆมักจะมีขาย เนื่องจากยาตัวนี้ ตอนขออนุญาตขึ้นทะเบียน ได้ขอเป็นยารักษาโรค กระเพาะ มีกรรมการท่านนึงได้ให้ข้อสังเกตุว่า ฤทธิ์ของยาต่อมดลูก  อาจทำให้มีการนำยามาใช้ในแง่ของสูติ มากกว่าข้อบ่งชี้ที่ บริษัทยาขึ้นทะเบียน ซึ่งก็เป็นจริง 
            ในประเทศบราซิล ยุคนึงมีการใช้ยาตัวนี้อย่างแพร่หลายมาก คนไข้ที่ไปนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลที่ได้รับการวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวข้องกับการแท้ง 70%จะผ่านยาตัวนี้มาก่อน จนรัฐบาลต้องออกกฏหมายควบคุมการใช้ยาตัวนี้ ความแพร่หลายจึงลดลง ไม่รู้ว่าเมืองไทยวันนึงจะเป็นแบบนี้หรือเปล่า

คุณหมอครับ..ยาสอดมีชื่อว่าอย่างไรครับ..?
ชื่อ cytotec ขายเม็ดละ10 กว่าบาท ถ้าเกินนี้แสดงว่าถูกโก่งราคา มีคนขายได้ตั้งแต่ เม็ดละ10 กว่าบาทถึง 500 บาท ร้านขายยาใหญ่ๆทั่วไปมีขาย แต่มักจะหมด เพราะโดนกว้านซื้อไปขายต่อ ทำกำไรดี ดีกว่าขายยาบ้าอีก เรื่องราคา ขึ้นกับ demand +supply 
(หมายเหตุ ปัจจุบัน cytotec ไม่อนุญาตให้มีขายตามร้านขายยาทั่วไปแล้ว มีใช้แต่เฉพาะในโรงพยาบาลและต้องมีเหตุผลในการใช้เท่านั้น)

การใช้ยาเหน็บตัวเดียวสามารถแท้งได้หรือไม่ และมีอาการอย่างไรเมื่อใช้  หากใช้ร่วมกับยากินควรกินกับยาอะไร ?
ใช้เป็นยาเดี่ยวๆ ก็ได้ผล แต่ประสิทธิภาพ ขึ้นกับหลายอย่าง เช่น อายุครรภ์ที่ถูกต้อง, เคยมีประวัติการคลอดบุตรมาก่อนหรือไม่, ยาใช้กินหรือใช้สอดช่องคลอด, เม็ดยาแห้ง หรือถูกทำให้เปียกน้ำก่อน ,จำนวนเม็ดที่ใช้ ความถี่ของการใช้ , สภาวะของมูกในช่องคลอด และปากมดลูก 
             ระยะแรกๆ ที่มีรายงานการใช้ ได้ผลใน % ที่ค่อนข้างต่ำ แต่ในประเทศที่กำลังพัฒนา การหายา RU 486มาใช้ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก และราคาแพง จึงมีคนพยายามทำการศึกษาถึงวิธีใช้ให้ได้ประสิทธิภาพสูง ในช่วงเกือบ 10ปีที่ผ่านมามีรายงานผลกันมาก แต่ละรายงานจะมีความแตกต่างกัน ในเรื่องของจำนวนคนไข้ที่ศึกษา การมาติดตามผล ขนาดยา และวิธีการใช้  การให้คำจำกัดความของ complete abortion และระยะเวลาที่วัดผล ทำให้เปรียบเทียบกันลำบากที่ฮือฮา มากเป็นรายงานจากประเทศ คิวบา มีรายงานว่าได้ผลถึง 92% แต่เมื่อมีการศึกษาเพิ่มเติม ถึงที่มาของตัวเลข ก็ไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับเท่าไหร่ ในบทสรุป ถ้าเป็นในประเทศที่มีทางเลือกอื่น เขาจะบอกว่าไม่แนะนำให้ใช้ เนื่องจากประสิทธิภาพต่ำ ผลข้างเคียงสูง แต่ถ้าเป็นใน developing country เขาก็จะบอกว่า นี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่น่าสนใจ
              อาการข้างเคียงพบค่อนข้างบ่อย ปวดเกร็งท้องน้อย มีไข้+/-หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มึนงง อ่อนเพลีย เป็นผื่นคัน แดง แตกลมพิษ ไม่ได้ห้ามใช้ในคนไข้หืด เนื่องจากมีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อหลอดลมเล็กน้อย ซึ่งต่างจาก PGs ตัวอื่น มีรายงานว่า ทำให้มดลูกแตกได้ ทั้งในคนไข้ที่เคยผ่าท้องคลอด และไม่เคยก่อนใช้ยาต้องได้รับการตรวจ ultrasound ว่าไม่ใช่ท้องนอกมดลูก   มิฉะนั้นดูไม่จืดแน่ ต้องมีการตรวจติดตามผล เพื่อให้แน่ใจว่า การตั้งครรภ์นั้นสิ้นสุดลงแล้ว เพราะบางคนใช้ยาแล้วมีเลือดออกมาก แต่ก็ท้องต่อ ที่สำคัญที่สุด ต้องมีแหล่งรองรับการรักษาได้ทันที  ในกรณีที่เกิดผลแทรกซ้อนจากการรักษา เพราะอาจมีอันตรายถ้าปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนาน เช่นกรณี ตกเลือด เป็นต้น 
              ยาที่มีรายงานว่าสามารถใช้กินร่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดอาการข้างเคียง ได้แก่ mifepristone ซึ่งเป็น antiprogesterone, tamoxifen ซึ่งเป็น antiestrogen , methotrexate ซึ่งเป็น cytotoxic drug 

อยากทราบว่า Cytotec คืออะไรเหรอคะ
cytotec คือยา misoprostol เป็นยา prostaglandin E 1ในเมืองไทยมีขนาดเดียว คือ 200 mcg เจ้าของคือบริษัท searle จำหน่ายโดย ดีทแฮล์ม มีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป ที่ Lotus ก็มีขาย เม็ดละ 10-15บาท ขึ้นทะเบียนเป็นยารักษาโรคกระเพาะ โดยเฉพาะที่เกิดจากการใช้ยาต้านอักเสบกลุ่ม NSAID มีคุณสมบัติที่ดีหลายๆอย่างในทางสูติ เป็นยาหนึ่งในไม่กี่ตัวที่ทำให้เกิดมิติใหม่ในการรักษาทางสูติ ที่หมอสูติเกิดความกระตือรือล้นในการนำมันมาใช้ เช่น ใช้เตรียมปากมดลูกก่อนทำหัตถการในมดลูก ใช้ในการทำให้เกิดการแท้ง ใช้กระตุ้นให้เกิดการเจ็บครรภ์คลอด ใช้รักษาอาการตกเลือดจากมดลูกไม่หดตัวหลังการคลอดและไม่ตอบสนองต่อยากลุ่ม ergot ฯลฯ ได้ผลดีมากในการทำให้เกิดการแท้ง เมื่อใช้ร่วมกับยา mifepristone [ RU 486 ] รายงานใน JAMA ว่าได้ผลถึง 98%ในกรณีที่ท้องไม่เกิน 2 เดือน การใช้หลัง2 เดือนไปจนถึง 3 เดือนผลจะไม่ดี ประสิทธิภาพจะลดเหลือ 80-90 % โดยมีผลแทรกซ้อนที่อันตรายสูงขึ้น จากการตกเลือด แต่พอหลัง 3 เดือนไปแล้ว รก เจริญเติบโตดีขึ้น การหลุดลอกมักจะสมบูรณ์ ประสิทธิภาพก็จะกลับมาสูงอีกครั้ง ถึง 94%

แต่เนื่องจาก mifepristone ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในเมืองไทย (แม้ว่าจะมีผู้นำยาจากต่างประเทศเข้ามาใช้เอง แต่น้อย หายาก แพง)ด้วยเหตุผลเรื่องการเมือง จริยธรรม หรืออะไรก็แล้วแต่ ทำให้มีผู้นำ misoprostol มาใช้เดี่ยวๆ เพื่อให้เกิดการแท้ง

เคยมีการศึกษาถึงการใช้ยา cytotec เดี่ยวๆทำให้เกิดการแท้ง ในท้องอ่อนๆ โดยเฉพาะที่ประเทศบราซิล พบว่ามีการซื้อขายกัน ในกลุ่มผู้หญิง ที่การศึกษาน้อย รายได้น้อย กินเพื่อหวังให้เกิดการแท้ง (5%) หรือ provoke ให้เกิดการตกเลือด เพื่อที่จะเข้าไปขอรับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างถูกต้องตามกฏหมาย จนต่อมารัฐบาลต้องเข้ามาควบคุมการซื้อขายยาตัวนี้ เหตุกาณ์ที่ว่าจึงได้ลดลง

ต่อมามีรายงานการศึกษาในประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น เนื่องจากซื้อหายา mifepristone [RU486] ไม่ได้ ที่ฮือฮามาก็คือ รายงานจากประเทศ คิวบา ว่า ถ้าทำให้ ยา misoprostol เปียกด้วย น้ำเปล่า หรือน้ำเกลือ จะทำให้ประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้นไปถึง 92-96% เลยมีผู้ทำการศึกษาซ้ำ พบว่า จริงๆแล้วไม่ได้ตัวเลขสวยหรูแบบนั้น ต้องดูว่าเขา ให้คำจำกัดความว่า ได้ผลอย่างไร วันกันที่วันที่เท่าไหร่หลังทำ คนไข้ที่ไม่มาติดตามผล(ซึ่งมักจะเป็นพวกมีปัญหา)จะจัดไว้ส่วนไหน หรือตัดออก เป็นต้น แต่ก็ทำให้เกิด ผลกระทบในวงกว้าง ในเมืองไทย มีผู้นำยานี้มาใช้ ทั้ง คลีนิค ร้านขายยา เพื่อนขายให้เพื่อน ในราคาเม็ดละ 100-500 บาท ทำกำไรกันมหาศาล ยิ่งกว่า ยาบ้าอีก โดยไม่ได้รับรู้ หรือมองข้ามถึง ข้อควรระวังและอันตรายจากยาตัวนี้

การใช้ยา misoprostol เพื่อทำให้เกิดการแท้ง ควรต้อง ตรวจ Ultrasound ก่อนและหลังการใช้ยา เพื่อดูว่า ไม่ใช่ เป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูก (ซึ่งถ้าเป็นแล้วไปใช้ยา อาจเป็นอันตรายตกเลือดถึงเสียชีวิตได้ ถ้าช่วยไม่ทัน) และดูขนาดอายุครรภ์ เพราะประสิทธิภาพของยาขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ ควรต้องไม่มีประวัติการผ่าตัวเกี่ยวกับตัวมดลูก เช่นผ่าท้องคลอด เพราะมีรายงานทำให้เกิดมดลูกแตกที่แผลเป็นเดิม อาจตกเลือด เสียชีวิตได้

ส่วนการมีปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจขาดเลือด เช่นอายุมาก สูบบุหรี่ น้ำหนักตัวมา ไม่ได้เป็นข้อห้าม การมีประวัติโรค หอบหืดก็ไม่ห้าม ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้ ต่างจาก prostagladin กลุ่มอื่น เช่น sulprostone เป็นต้น ต้องมีโรงพยาบาล หมอที่สมารถ provide การทำแท้งโดยใช้เครื่องมือดูดออกให้เป็น back up ในกรณีที่เกิดผลแทรกซ้อน เช่น ตกเลือดมาก

บริษัท searle เป็นนกรู้ คงกลัวถูกฟ้องได้ออกมาประกาศเตือนถึงอันตรายจากการใช้ยาแบบ off-label [ licence drug ,unlicence indication] แต่ในทางการแพทย์ก็ยังมีการนำมาใช้ทั่วไปโดยไม่ถือว่าเป็นการทดลองในมนุษย์ ตราบเท่าที่ยังใช้ยาบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ กำลังรอดูว่า เมื่อไหร่ อ.ย. จะเข้ามาควบคุมยาตัวนี้เสียที น่าแปลกที่ ที PPA ก็เร็วจนเกินเหตุ
ขนาด 100 ไมโครกรัม ขนาด 200 ไมโครกรัม

คือหนูท้อง3เดือนแล้วคะ ต้องทำแท้งยังงัยคะ มียาอะไรมั้ยคะอยู่ม.ปลายที่เชียงใหม่คะ
มีรายงานใน วารสารจดหมายเหตุทางการแพทย์ ของแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฉบับ ปี2001 เดือน June, vol 84 no 6 หน้า 859-863
พญ สายพิณ พงษธา ,นพ ธีระ ทองสง แห่งภาควิชาสูตินารีเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่(สวนดอก) ทำการศึกษาในคนไข้ 20 คน ที่ต้องยุติตั้งครรภ์ ในอายุครรภ์14-28 สัปดาห์ โดยใช้ยา cytotec สอดเข้าช่องคลอด ครั้งละ 4 เม็ด ทุก 12 ชม
พบว่าสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ทั้งหมด โดยมีอัตรา complete abortion rate 90% ใช้เวลาเฉลี่ย 21.56+/-13.68 ชม ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากวารสารดังกล่าวในห้องสมุดคณะแพทยศาสตร์ สวนดอก

อีกรายงานนึงเป็นของภาควิชาสูตินารีเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยนพ ยงยุทธ เหราบัตย์ ,พญ บุญศรี chanrachakul, พญ ปิยพร ปัญญาวชิรา
ศึกษาคนไข้ 172 คนที่ตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 2 โดยใช้ยา cytotec ครั้งละ 3 เม็ด สอดช่องคลอด ทุก 12 ชม คนไข้แท้งได้ทั้งหมด โดยใช้เวลาเฉลี่ย 24.1+/-21.6 ชม เปอร์เซ็นต์ที่แท้งหมด ที่ 24ชม และ48 ชม เท่ากับ 68.6 และ89.5 % ตามลำดับโดยใช้ยา cytotec 7เม็ดกว่า+/- 5เม็ดกว่า มีอัตราการแท้งไม่ครบ (ต้องขูดมดลูก)เท่ากับ 23.3% ตีพิมพ์ลงในวารสาร J.Obster. Gynaecol. Res Vol 26,No 2:หน้า 121-125 ปี 2000

cytotec ปัจจุบันหาซื้อได้แต่ในโรงพยาบาลเท่านั้น เนื่องจากถูกจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ราคาเม็ดละประมาณ 15 บาท แต่ในท้องตลาดลักลอบขายกันถึงเม็ดละ100-500 บาทก็มี ไม่ควรใช้ยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ อาจมีอันตรายได้ (มดลูกแตก )

spy 17 ก.ย. 44 23:46น.

จะซื้อยา cytotec ได้ยังงัย ต้องบอกคนขายว่าอะไรค่ะ
cytotec ปัจจุบันหาซื้อได้แต่ในโรงพยาบาลเท่านั้น เนื่องจากถูกจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ราคาเม็ดละประมาณ 15 บาท แต่ในท้องตลาดลักลอบขายกันถึงเม็ดละ100-500 บาทก็มี ไม่ควรใช้ยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ อาจมีอันตรายได้ (มดลูกแตก )

แรกเดิมขออนุญาตเป็นยารักษาแผลในกระเพาะ ก็บอกขอซื้อยากระเพาะชื่อนี้แหละ เป็นยาที่ใช้กินก็ได้ เหน็บช่องคลอดก็ได้ เหน็บก้นก็ได้ ใช้อมระหว่างเหงือกกับกระพุ้งแก้มล่างก็ได้ ใช้กินจะออกฤทธิ์เร็ว แต่ระดับยาจะขึ้นสูงระดับนึงแล้วหยุด หมดฤทธิ์เร็ว ถ้าใช้สอดช่องคลอด จะออกฤทธิ์ช้ากว่า แต่อยู่นานกว่า และระดับยาจะขึ้นไปเรื่อยๆ สรุปว่าสอดดีกว่า และถ้าทำให้เม็ดยาเปียกด้วยน้ำจะให้ผลดีกว่า เม็ดยาแห้ง

spy 10 ก.ค. 44 14:15น.

Cytotec + Mifepristone ใช้ร่วมกันอย่างไร ?
ถ้าใช้ cytotec อย่างเดียว main dose =12 เม็ด คือ4-4-4 ถ้าไม่ได้ผลก็ว่ากันใหม่ ว่าจะตื้อใช้ยาต่ออีกนานแค่ไหน ถ้าใช้ ru486 ก็ 200mg (มีเม็ดละ 25,50,200 mgแล้วแต่ที่มา) cytotec ที่ใช้ตามก็ 4 (-2)(-2) เม็ด ถ้าเป็น การใช้ยา ru 486 หรือ mifepristone ร่วมกับmisoprostolหรือ cytotec  ผลที่ได้จะดีกว่ามาก ลองเข้าไปดูที่ http://jama.ama-assn.org/issues/v284n15/abs/joc00905.html 
            ไม่อยากแนะนำให ้"ลอง" ใช้ยาด้วยตัวเอง อาจเป็นอันตราย แต่ถ้าจะทำ อยากให้ไปตรวจ ultrasound ดูก่อน เพื่อดูขนาดของการตั้งครรภ์ที่แน่นอน เพราะประสิทธิภาพของยาขึ้นกับอายุครรภ์ และเพื่อดูว่าไม่ได้ตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งถ้าใช้ยาคู่นี้จะไม่ได้ผลและอาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้ และควรที่จะเตรียมพร้อมฉุกเฉินที่จะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในกรณีที่มีผลแทรกซ้อนเช่นตกเลือด เป็นต้น แม้ว่าผลแทรกซ้อนต่างๆนี้จะพบน้อย แต่ก็อาจเป็นอันตรายได้ ต้องตระหนักไว้ด้วย 

อยากทราบว่าปกติหลังทำแท้งจะต้องใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหนคะและผลข้างเคียงจะมีอะไรบ้างคะ?
ถ้าทำแบบถูกต้องตามหลักวิชาการ ทำโดยแพทย์ ก็ไม่น่าจะมีผลข้างเคียงอะไร การพักพื้นโดยปกติหนึ่งสัปดาห์ก็พอ แต่การมีเพศสัมพันธ์ควรเป็น  10 -14 วัน 

หลังทำแล้ว ควรได้คุมกำเนิดทันทีภายในวันสองวัน เพราะหลังจากนี้ 3 - 4 สัปดาห์ ไข่ก็จะตก และพร้อมจะตั้งครรภ์ได้อีก ถ้ามัวแต่รอรอบเดือนมาแล้วค่อยคุม มักจะไม่ทันการณ์

ไปทำมาแล้วที่สุขุมวิท 12 ค่ะ สำหรับคนที่อยากรู้ ?
ดิฉันได้ไปทำที่สุขุมวิท 12 มาได้ประมาณอาทิตย์กว่าๆ แล้วค่ะ ที่นั่นเค้าใช้วิธีดูดออก เท่าที่ผ่านมาก็ไม่มีผลข้างเคียงอะไรที่ผิดปกติ  นอกจากมีการคันเนื่องจากแพ้น้ำยาฆ่าเชื้อค่ะ 
            เวลาไปครั้งแรกเค้าก็จะให้ตรวจ ultrasound ของดิฉันตอนนั้นครรภ์ยังอ่อนเกินไป (ประจำเดือนขาดไปได้สัปดาห์เดียว) เค้าก็แนะนำให้อีก 2 สัปดาห์ค่อยมาทำ วันแรกนั้นก็ใช้เวลาไม่นานค่ะ ประมาณไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จ รวมต่อคิวด้วย จ่ายเงินค่า ultrasound 150 บาทค่ะ 
            วันที่ไปทำก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยค่ะ นอกจากเตรียมใจ ความจริงคุณ spy ได้แนะนำให้ทาน cytotec 2 เม็ดไปก่อน 3 ชั่วโมง แต่ก็ไม่กล้าทานค่ะ กลัวทานไปแล้วหมอเค้าจะไม่ทำให้หรือไม่รับผิดชอบผลที่ได้น่ะค่ะ ก็ไปรอแต่เช้า เค้าเปิด 8:30 รอคิวนานพอสมควรค่ะ ประมาณ 1 ชั่วโมง จ่ายเงินค่าทำประมาณ 1800 บาท เวลาเข้าไปทำเค้าก็จะเรียกให้เข้าไปข้างในรอบละ 7 คน ข้างในนั้นดูสะอาดดีกว่าข้างนอก พยาบาลที่ดูแลเราเป็นผู้หญิงทั้งหมด พูดจาห้วนๆ ไปบ้างแต่ก็ใจดีทุกคนค่ะ เค้าจะให้ทานยาแก้ปวด แล้วนอนพักประมาณครึ่งชั่วโมง (มีห้องส่วนตัวให้แต่ละคนนอน)  หลังจากนั้นก็เรียกเข้าไปในห้องทำทีละคนค่ะ แต่ละคนเข้าไปในห้องทำประมาณไม่เกิน 5-10 นาทีค่ะ หมอที่ทำวันนั้นเป็นผู้ชายแต่ก็แทบจะไม่ได้เห็นหน้ากันหรอกค่ะ ถามว่าตอนทำเจ็บมั้ย ปวดท้องนานแค่ไหน เห็นพยาบาลเค้าว่าก็แล้วแต่คนด้วยนะคะ ส่วนตัวแล้วกลัวมาก แล้วตอนทำก็ไม่ทันได้ตั้งตัวเลย เพราะพยาบาลเค้าบอกว่าหมอจะตรวจภายใน ก็เลยนึกว่าตรวจภายในอย่างเดียวก่อน ยังไม่ได้ทำ ที่ไหนได้เค้าทำเลย ก็เลยตกใจแล้วก็ร้องไห้ด้วยค่ะ ถามว่าเจ็บมั้ย ก็คงตอบได้ว่าเจ็บมาก แต่ไม่นานและพอทนได้ แต่ผลกระทบทางจิตใจมีมากกว่าค่ะ รู้สึกเสียใจมาก และรู้สึกไม่ดีกับตัวเองมากค่ะ 
             ระหว่างที่ดูดก็รู้สึกปวดๆ เหมือนเวลาปวดประจำเดือนแต่มากกว่า ทนหน่อยประมาณ 2-3 นาทีก็เสร็จ  แต่หลังทำเสร็จก็ยังปวดเหมือนปวดประจำเดือนมากๆ อยู่หลายชั่วโมงเหมือนกัน ทำเสร็จเค้าก็ให้เข้าไปพักซักครู่ก็ให้กลับบ้านค่ะรวมเวลาทั้งหมดตั้งแต่ไปถึงจนกลับบ้านก็ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แนะนำให้ไปแต่เช้านะคะจะได้ไม่ต้องรอคิวนาน แล้วก็พาเพื่อนหรือแฟนไปด้วยก็ดีค่ะ จะได้ช่วยดูแลเผื่อปวดท้องมากหลังทำ  เค้าจะมียาแก้อักเสบกับยาช่วยให้มดลูกบีบรัดตัวได้ดีขึ้น แล้วก็ยาพาราแก้ปวดให้ค่ะ ดิฉันก็ทานตามที่เค้าให้มาแค่นั้น ไม่ได้ทานยาอะไรเพิ่มเติม แก้ปวดก็ทานวันแรกวันเดียว เพราะหลังจากนั้นไม่ปวดค่ะ 
              หลังจากทำก็ไม่มีเลือดออกอะไรในวันแรกๆ แต่ต่อมาสองวันมีเลือดปนกับเมือกสีคล้ำๆ ออกมา ทราบจากพยาบาลว่าเป็นน้ำคาวปลา แต่หลังทำอาการแต่ละคนนี่ก็อาจจะไม่เหมือนกันนะคะ หลังจากทำ 1 สัปดาห์เค้าก็นัดให้กลับไปตรวจก็ไปตามที่เค้าบอกนะคะ ใช้เวลาไม่นาน ไม่เกินครึ่งชั่วโมงค่ะ 
               ส่วนที่หลายคนกำลังตัดสินใจว่าจะทำเองหรือไปทำที่คลีนิคดีกว่านั้น โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าให้หมอทำให้น่าจะไว้ใจได้แล้วก็ปลอดภัยกว่าใช้ Cytotec ทำเองนะคะ แต่อันนี้ก็คงแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคนด้วยนะคะ 
               ที่สุขุมวิท 12 คนเยอะ แต่ก็ทำงานเป็นระบบระเบียบและสะอาดดีค่ะ ราคาค่อนข้างถูก คนที่ไปก็เลยมีหลายระดับ แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่าน่าจะดีกว่าที่แพงๆ บางที่ที่อาจจะหลอกเงินเรานะคะ 

ดูด ออกต่างจากทำแท้ง ยังไงคับ รบกวนด่วน ?
สมัยก่อนเวลาขูดมดลูก จะใช้เครื่องมือเป็นแท่งเหล็ก ส่วนปลายจะเป็นรูปวงรี สอดเข้าไปในโพรงมดลูกแล้วขูดเอาสิ่งต่างๆของการตั้งครรภ์ ทั้งเด็ก ทั้งรก และเยื่อบุมดลูกที่หนาตัวขึ้นมา ออกมาเป็นชิ้นๆ เป็นส่วนๆ  การทำนั้นมองไม่เห็นข้างใน อาศัยความรู้สึกของผู้ทำ ทำให้มีผลแทรกซ้อน เช่น
มดลูกทะลุ ขูดออกไม่หมด หรือขูดมากไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้ไม่มีประจำเดือนอีก หรือแท้งง่าย ต่อมามีการพัฒนาเปลี่ยนเป็นหลอดพลาสติกคล้ายหลอดกาแฟ ปลายตัน แต่ใกล้ๆส่วนปลายจะบากเป็นลิ่ม โดยลิ่มข้างนึงลาด อีกข้างตั้งตรงเพื่อใช้ขูดเยื่อบุมดลูกได้ อีกปลายนึงจะสวมกับกระบอก syring 50cc พอดึงก็จะได้สูญญากาศ ดูดเอาเนื้อเยื่อที่ขูดแล้วออกมา จึงเป็น 2แรงแข็งขัน ทำให้การทำง่ายขึ้น  ผลแทรกซ้อนน้อยลงกว่าการใช้เครื่องมือแบบเดิม และเดี๋ยวนี้ก็ใช้วิธีนี้เป็นมาตราฐานไปทั่วโลกแล้ว ลองไปดูที่ Http://www.ipas.org

อยากทราบสถานที่ทำแท้ง ?
ถ้าเป็นของ NGO และให้บริการเรื่องนี้ มีอยู่ 2 แห่ง 
            1)สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน เป็นของคุณมีชัย วีระไวทยะ อยู่ที่สุขุมวิท ซอย 12 เข้าซอยประมาณ 200เมตรอยู่ขวามือ เปิดให้บริการทุกวัน เวลาราชการโดยประมาณ รับทำ 1-3 เดือน ค่าบริการแบ่งเป็น ค่าตรวจ ultrasound 150 บาท และค่าทำ 1800 บาท รวม 1950 บาท ราคาเดียวไม่ได้ใช้ยาสลบ ให้ทานยาแก้ปวดก่อนทำ  เนื่องจากผู้ใช้บริการค่อนข้างมาก  และต้องการลดผลแทรกซ้อนจากการใช้ยาสลบ  โดยใช้รูปแบบการให้การรักษาเหมือนที่ population council ที่ new york สหรัฐอเมริกา รับผิดชอบทั้งหมดถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นจากการทำ  รับผิดชอบกรณีที่มีปัญหาหลังทำ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในกรณีที่ท้องโตเกิน 3 เดือน เป็นนโยบายที่จะไม่ให้บริการ  มีสาขาหลายแห่ง ในกรุงเทพมีที่สวนจตุจักรใกล้ตลาด อตก ตรวจ ultrasound เฉยๆแล้วส่งเข้าไปทำที่ศูนย์ใหญ่ที่สุขุมวิท 12 ต่างจังหวัด มีสาขาที่เชียงใหม่ เชียงราย โคราช 
            2)สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย มีหลายสาขา ในกรุงเทพ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ ถนนวิภาวดี ซอย 44 ที่สาขาสามเหลี่ยมดินแดง   ที่สาขาปิ่นเกล้าอยู่ใกล้สพานที่จะข้ามไปศิริราช ปกติจะทำในท้องที่โตไม่เกิน 9 อาทิตย์ ค่าบริการ 2500-3500 บาท ไปถึงก็บอกเขาว่าจะมาปรึกษาเรื่องการวางแผนครอบครัว เดี๋ยวเขาก็จะแนะนำต่อให้เอง 
 
 

ยังวนเวียนอยู่กับความทุกข์ไม่สิ้นสุด
เรียนคุณหมอค่ะ

ตัดสินใจไปเอาลูกออก ไม่ได้ปรึกษาแฟน มันเป็นความผิดพลาดทั้งหมด ทุกข์แสนทุกข์ที่สูญเสียลูกไป ช็อคมากค่ะกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป เก็บความทุกข์ไว้คนเดียว แทบตายค่ะ สงสารลูก เสียดาย เสียใจเกินจะบอกใครได้ จากวันนั้นไม่อาจมีความสุขแม้แต่วินาทีเดียว คิดถึงเค้าตลอดค่ะ เสียดาย เสียใจ....มันเจ็บปวดลึกล้ำ อยากตายค่ะ มันทุกข์มาก และปัญหาก็ไม่จบสิ้น ทุกข์ก็ไม่หมดสิ้น กลัวแฟนเค้ารับไม่ได้ กลัวสูญเสียเค้าไปอีกคน เลยตัดสินใจบอกเค้า ว่าแท้งเอง เค้าเสียใจมาก แต่เราเองก็ทุกข์อีก กลัวเค้าไม่เชื่อ กลัวเค้ารู้ว่าเราไปทำร้ายลูก แต่เค้าก็ยังปฎิบัติกับเรา เหมือนเดิม ก็ยิ่งทุกข์ที่หลอกเค้า บางทีเค้าอาจไม่เชื่อ แต่ก็ไม่อยากให้เราเสียใจมากกว่านี้ เพราะดิฉันแทบตายจริงๆ เมื่อคิดถึงลูก ไม่อยากเก็บความลับไว้มากมายเกินไป ควรบอกความจริงเค้ามั๊ยคะ เป็นการไถ่ปาบให้ลูกด้วย และถ้าเค้า ทิ้งเราไป ก็คงสมควรแล้ว เสียลูกไป ก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจอีกแล้ว บางทีอยากบอกความจริงกับเค้าค่ะ อาจจะเสียเค้าไป แต่การมีใครสักคนมาร่วมรับรู้ถึงความทุกข์ ความเสียใจว่ามันมากมายแค่ไหน อาจจะดีขึ้นค่ะ ถ้าเค้าไม่ให้อภัย ก็คงยอมรับกรรมค่ะ

แต่การอยู่กับการโกหก และเก็บความลับไว้บนความทุกข์ มันทรมานค่ะ กลัวที่จะเริ่มต้นใหม่กับเค้าด้วย คิดว่าตัวเองไม่ดีพอที่จะ เป็นแม่ของลูกเค้าแล้วค่ะ และยิ่งอยู่ในภาวะจิตใจแบบนี้ ต้องอยู่กับความทุกข์ไปจนตาย คงไม่พร้อมจะเลี้ยงดูลูกในอนาคตได้ ทรมานมากค่ะ อยากหลุดพ้น ควรทำอย่างไรคะ ตั้งแต่วินาทีที่ลูกไม่อยู่แล้ว เห็นเด็กๆไม่ได้เลยค่ะ มันเจ็บปวดลึกสุดใจค่ะ.... ขอบคุณคุณหมอค่ะที่ทนอ่านความโหดร้ายพลาดพลั้งของผูหญิงโง่ๆคนนึง แต่ช่วยทีเถอะค่ะ แค่รับฟังก็ขอบพระคุณมากแล้ว

โดย cry - 8 ก.ค. 44 0:29น

ดูก่อนทำ

ใครคิดจะทำแท้ง ถ้าไม่เดือดร้อนมากจริงๆ อยากให้คิดหลายๆตลบ และลองไปดูที่
http://www.justthefacts.org/continue.asp มีรูปที่เห็นแล้ว อึ้ง อยู่หลายรูป

โดย spy - 6 ก.ค. 44 14:29น.

อีกทางเลือก

ถ้าคุณมีปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงปรารถนา ไม่มีทางออก ไม่รู้จะปรึกษาใคร โทรไปปรึกษาได้ที่นี่ครับ
  • สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี โทร [02] 929 2222, [02] 929 2301-10
  • มูลนิธิสหทัย โทร. [02] 3818834-6
  • บ้านภคณีศรีชุมพบาล โทร [02] 642 8949 [02] 245 0457
  • บ้านพระคุณ [02] 759 1201 [02] 759 1238

หลังทำแท้ง
ประมวลจากคำถามต่างๆที่ถามในเว็บบอร์ดมีดังนี้
  1. หลังทำแท้งที่นายแพทย์ทำให้ (โดยการดูดหรือขูดมดลูก) ควรกลับไปหาหมอตรวจหลังจากนั้น 1 - 3 สัปดาห์เพื่อดูว่าออกหมดเรียบร้อยหรือไม่
  2. หลังทำแท้งแล้ว รอบเดือนอาจมาไม่แน่นอน บางรายอาจมาหลังจากนั้น 2 - 3 - 4 สัปดาห์ หรือบางรายอาจนานหลายเดือนกว่าจะมาก็เคยได้รับการปรึกษา
  3. หลังแท้ง ไข่จะตกเร็ว บางคน 2 - 3 สัปดาห์ไข่ก็ตกแล้ว ถ้ามีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน อาจตั้งครรภ์ได้
  4. หลังทำแท้งไปแล้ว ควรคุมกำเนิดทันที โดยถือว่าวันที่ทำเป็นวันแรกที่รอบเดือนมา และคุมกำเนิดไปอย่างน้อย 3 เดือน หลังจากนั้นถ้าแน่ใจว่าจะไม่มีเพศสัมพันธ์อีกจึงค่อยหยุดคุม
  5. ทำไปแล้วโอกาสไม่ออกมีไหม มีครับ..เคยตรวจคนไข้ที่ทำไปแล้วมาปรึกษาเรื่องท้อโต ปรากฏว่ายังไม่ออก ท้องโตขึ้น ดังนั้นจึงควรกลับไปตรวจหลังทำ
  6. อาการที่แสดงว่า น่าจะออกแล้วคือ อาการที่แสดงว่าตั้งครรภ์ได้หายไป เช่น อาการเวียนหน้า คลื่นไส้ อาเจียน(ถ้ามี) เต้านมที่เคยเต่ง คัดตึงยามตั้งครรภ์ก็ต้องหายไป
  7. หลังทำแท้ง อาจมีเลือดออกกระปริบกระปรอยอยู่หลายวันหรือเป็นเดือนได้ ไม่ผิดปกติแต่อย่างใด
  8. อาการที่ถือว่าวิกฤตและต้องไปหาหมอคือ
    • ปวดท้องมากร่วมกับเลือดออกมาก
    • มีอาการท้องอืดหลังทำไป 1 - 2 สัปดาห์
    • ปวดท้องมาก หรือหน้ามืดเป็นลม
    • 7 วันแล้วยังมีอาการในข้อ 5 อยู่
  9. หลังทำแท้งไปแล้ว ยังอาจตรวจปัสสาวะให้ผลเป็บบวกได้เป็นสัปดาห์ บางรายอาจนานถึง 3 - 4 สัปดาห์ก็เคยมีให้เห็น ดังนั้นถ้าจะตรวจปัสสาวะด้วยตนเองควรรอ 2 - 3 สัปดาห์ไปแล้ว (แต่ถ้าตรวจก่อนหน้านั้นให้ผลเป็นลบก็เชื่อถือได้) แต่ดีที่สุดคือตรวจด้วยอัลตร้าซาวด์ร่วมกับอาการที่แสดงว่าตั้งครรภ์หายไป

 

คุณเข้ามาอ่านเป็นคนที่ : [an error occurred while processing this directive]
ตั้งแต่ 12 กรกฎาคม 2001


[ BACK TO LIST]

[Home] [ เพศ] [ครอบครัว] [ ผู้สูงวัย ] [วัยรุ่น] [ เลี้ยงลูก ] [ โรคเด็ก ][คุมกำเนิด] [ โรคสตรี ] [กามโรค] [เกย์] [ สุขภาพจิต] [ law ]