คลินิกรัก Clinic Love for Happy Family

นายแพทย์รุ่งโรจน์ ตรีนิติ


ยาฉีดคุมกำเนิดเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ชอบกินยา หรือมักลืมกินบ่อยๆ และเป็นทางเลือกท้ายๆสำหรับหญิงที่ยังไม่แต่งงานที่ไม่สามารถคุมกำเนิดโดยวิธีอื่นได้

ยาคุมกำเนิดชนิดฉีดมีใช้ในเมืองไทยมาสามสิบกว่าปีแล้ว แต่เดิมไม่ได้ใช้ในการคุมกำเนิด บริษัท Upjohn ผลิตมาเพื่อใช้รักษาการแท้งคุกคาม และโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) ต่อมาพบว่าสามารถคุมกำเนิดได้ จึงได้นำมาศึกษาเพื่อการคุมกำเนิดเมื่อปี 2506 เมืองไทยเราก็ยอดเยี่ยมไม่รอช้า สองปีต่อมาก็ได้นำมาใช้คุมกำเนิดทันทีในปี 2508 ที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค ที่เชียงใหม่โน่น..ปรากฏว่าใช้ได้ผลดี จึงได้มีการใช้อย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา ทุกวันนี้มีผู้หญิงใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฉีดกว่า 130 ประเทศ กว่า 12 ล้านคนทั่วโลก



ยาคุมกำเนิดชนิดฉีด มีหลายชนิด แต่ที่ใช้กันมาก คือ DMPA (depot medoxy progesterone acetate) ขนาดที่ใช้ 150 มิลลิกรัม ฉีดเข้ากล้ามตรงสะโพก ฉีดทุก 3 เดือน ลักษณะของยา เป็นผลึกแขวนลอยสีขาว ตกตะกอน เวลาฉีดต้องเขย่า เวลาดูดจะเป็นฟอง


กลไกการป้องกันการตั้งครรภ์

1. ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการตกไข่ DMPA ที่ใช้ฉีดมีฤทธิ์สูงกว่าโปรเจสเตอโรลธรรมชาติถึง 25 เท่า และมีระดับยาสูงพอที่จะยับยั้งฮอร์โมนจากต่อมสมองที่จะมาสั่งงานให้มีการตกไข่ จึงสามารถป้องกันการตกไข่ได้ตั้งแต่เดือนแรกที่ฉีด
2. DMPA ไปเปลี่ยนแปลงสภาพของเยื่อบุโพรงมดลูกให้ไม่เหมาะสมสำหรับการฝังตัวของไข่ที่บังเอิญเกิดการปฎิสนธิแล้ว โดยทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกฝ่อบางลง และมีปริมาณน้อยลง จึงทำให้ระดูมาผิดปกติ หรืออาจไม่มาเลย อาการผิดปกติของระดูนี้สัมพันธ์กับระยะเวลา(จำนวนปีที่ฉีด)ที่ใช้ด้วย
3. ไปเปลี่ยนแปลงมูกตรงปากมดลูกให้เหนียวข้น จนไม่เหมาะสำหรับเชื้ออสุจิจะผ่านไปได้

จะฉีดได้เมื่อไหร่

การเริ่มฉีดยาคุมกำเนิดเข็มแรกให้เริ่มดังนี้
1. ขณะกำลังเป็นรอบเดือน ควรฉีดตั้งแต่วันแรกที่มีรอบเดือน หรือภายใน 5 วันนับจากวันที่มีรอบเดือน ก็สามารถคุมกำเนิดได้ในเดือนนั้นเลย แต่ถ้าฉีดหลังจากมีรอบเดือน 7 วันไปแล้ว อาจไม่สามารถระงับการตกไข่ได้ จึงต้องใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมไปด้วย
2. หลังคลอด จะฉีดทันทีหลังคลอดเลยก็ได้ หรือจะรอ 4 - 6 สัปดาห์ค่อยฉีด ตอนหมอนัดตรวจหลังคลอด ยาฉีดไม่มีผลต่อการผลิตน้ำนม จึงไม่มีข้อห้ามสำหรับคนที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
3. กรณีหลังแท้งเองหรือทำแท้ง ก็ฉีดได้เลยตั้งแต่หลังแท้งแล้ว หรือจะรอ 2 - 3 สัปดาห์ก็ได้ค่อยฉีดก็ได้

อาการข้างเคียงของยาฉีดคุมกำเนิด

1. อาจมีเลือดออกมากหรือออกนาน พบไม่บ่อยนัก สามารถพบแพทย์เพื่อตรวจและบำบัดให้หายได้
2. เลือดออกกระปริบกระปรอย พบได้ค่อนข้างบ่อยในเข็มแรกๆ ประมาณ ร้อยละ 30 ปัญหานี้ไม่รุนแรง แต่ก็ก่อให้เกิดความรำคาญได้ ซึ่งก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้เลิกฉีดต่อ
3. การขาดระดู พบได้บ่อยที่สุด เนื่องจากยาคุมไปทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกฝ่อและบาง จึงไม่มีอะไรออกมา การขาดระดูไม่ท้องแน่นอน ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด ไม่ต้องแก้ไขอะไร หลังจากหยุดฉีดไปแล้ว 9 - 12 เดือนมดลูกก็จะกลับคืนสภาพเดิม
4. อาจมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ เพราะเชื่อกันว่า ฮอร์โมนนี้ไปกระตุ้นต่อมความอยาก(อาหาร) ก็เลยกินแยะ ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มได้ ดังนั้นใครที่พันธุ์อ้วนอยู่แล้ว จึงไม่แนะนำให้ฉีด
5. ยาคุมฉีดก่อให้เกิดมะเร็งหรือเปล่า..จากการศึกษาของฝรั่งพบว่า ไม่ทำให้มะเร็งเต้านมเพิ่มมากกว่าคนที่ไม่ใช้ ส่วนมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกจะลดลง รวมทั้งมะเร็งรังไข่ก็ลดลงด้วย
6. ความรู้สึกทางเพศ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซ้ำบางรายกลับเพิ่มขึ้นเพราะไม่ต้องกังวลกับการตั้งครรภ์ แต่ก็มีบางรายมีมีความต้องการลดลงจากเรื่องเลือดออกกระปริบกระปรอย
7. อาการปวดศีรษะ อาจพบได้ในบางราย แต่ก็ไม่รุนแรงและหายเองได้ ไม่ต้องรักษา

หยุดฉีดแล้ว เมื่อไหร่จะท้อง

หลังหยุดฉีดแล้ว 9 - 12 เดือน ภาวะเจริญพันธ์ก็จะกลับมาเหมือนเดิม (ซึ่งก็ช้ากว่ายากิน) แต่ถ้าหยุดฉีด 1 ปีแล้ว ยังไม่มีรอบเดือนก็ต้องหาหมอแล้วครับ

ยาคุมฉีดมีกี่ชนิด

ยาคุมฉีด ถ้าแบ่งตามฮอร์โมนที่สังเคราะห์ จะแบ่งได้ 2 ชนิด
1. ยาฉีดชนิดมี progestogen (โปรเจสโตเจนล้วนๆ) แบ่งได้เป็นอีก 2 ชนิดย่อยตามระยะเวลาที่ฉีด
1.1 ยาฉีดชนิด 3 เดือน (DMPA) ก็อย่างที่พูดถึงในบทความนี้
  • ขนาด 150 มิลลิกรัม บรรจุในขวด 3 ซีซี
  • หลังฉีดไปเพียง 30 วินาที ก็สามารถตรวจพบฮอร์โมนในกระแสเลือดได้ ระดับฮอร์โมนจะขึ้นสูงสุดใน 7 วัน ออกฤทธิ์คุมกำเนิดได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังฉีด
  • ระดับฮอร์โมนไม่สะสมในร่างกายแม้ฉีดติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • ชื่อการค้าในเมืองไทยเช่น Depo provera ( ของUp John), Controlan, Depo gestin, Depo Progesta แต่ละบริษัทมีขนาดของเกล็ดยาแตกต่างกันไป
1.2 ยาฉีดคุมกำเนิด 2 เดือน คือยา NET - EN (Norethisterone enanthate) ที่มีขายในเมืองไทยคือ Noristerat
  • ผลิตในรูปยาน้ำมัน (caster oil / benzyl benzoate)
  • ขนาดยา 200 มิลลิกรัม บรรจุในหลอด 1 ซีซี
  • หลังฉีดยาจะกระจายไปสู่ไขมันทั่วร่างกาย แล้วค่อยๆกระจายไปสู่กระแสโลหิตอีกที แล้วจะหมดภายใน 56-74 วัน
  • สามารถฉีดที่ต้นแขน หรือสะโพกก็ได้
2. ยาฉีดชนิดฮอร์โมนรวม (combined injectable contraceptive-CICs)เป็นยาคุมฉีดชนิด 1 เดือน เป็นยาที่ประกอบด้วย progestogen และ estrogen เช่น
2.1 Cycloprovera หรือ cyclofem ประกอบด้วย DMPA 25 มิลลิกรัม และEstradiol cyprionate 5 มิลลิกรัม
2.2 Mesygina ประกอบด้วย NET - EN 50 มิลลิกรัม และ Estradiol valerate 5 มิลลิกรัม
2.3 hydroxyprogesterone caproate 250 มิลลิกรัม รวมกับ estradiol valerate 5 มิลลิกรัม ใช้กันมากในสาธารณรัฐประชาชนจีน กว่า 1 ล้านคน


ปัจจุบันต้นปี 2544 FDA สหรัฐได้อนุมัติยาคุมฉีดตัวใหม่ ใช้ฉีดเดือนละครั้ง ชื่อ Lunelle ผลิตโดยบริษัม ฟาร์มาเซีย ซึ่งประกอบด้วยฮอร์โมน progestogen และ estrogen เหมือนกับยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดกิน แต่ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย


ใครควรฉีด

1. ผู้ที่มีอาการข้างเคียงจากการคุมกำเนิดวิธีอื่น
2. ผู้ที่มีบุตรพอแล้ว แต่ไม่อยากทำหมัน
3. อายุมาก และมีแนวโน้มการเกิดอาการแทรกซ้อนจากยาเม็ดคุมกำเนิด เช่น อายุขึ้นเลข 4 อ้วน สูบบุหรี่ มีเส้นเลือดขอดเป็นต้น
4. ผู้ที่มีโรคเรื้อรังที่ไม่ควรมีลูกอีก หรือถ้าท้องขึ้นมาก็จะเป็นอันตราย เช่น โรคไต วัณโรค โรคต่อมไร้ท่อ
5. ผู้มีปัญญาอ่อน แต่ไม่ยอมทำหมัน
6. โรคของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน(ตรงท้องน้อย) ไม่เหมาะที่จะใส่ห่วง หรือกินยาคุม เช่น มีเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก

ฉีดได้ที่ไหน

คลินิกทั่วไป โรงพยาบาลทั่วไป ราคาก็ไม่ถึงร้อย ไปจนร้อยกว่าบาท แล้วแต่สถานที่ ส่วนมากจะเป็นแบบ 3 เดือน


ประสิทธิภาพของยาคุมฉีด

ในกลุ่มของยาฉีดทั้งหมด DMPA มีประสิทธิภาพสูงสุด มีอัตราการตั้งครรภ์เพียง 0- 1.2 ต่อ 100 women-year ส่วนยาคุมอื่นๆ มีประสิทธิภาพดังนี้ NET-EN 200 มิลลิกรัม / 60 วัน มีอัตราการตั้งครรภ์ ร้อยละ 0.4

ข้อห้าม

1. สตรีที่สงสัยหรือกำลังตั้งครรภ์ (ห้ามไว้ก่อน)
2. สตรีที่ยังไม่มีบุตร เนื่องจากภาวะเจริญพันธ์จะกลับมาช้า และไม่แน่นอน
3. สตรีที่มีเลือดออกผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ
4. สตรีที่มีกรรมพันธ์อ้วนอยู่แล้ว

จากประสบการณ์ของผม

มีข้อที่ควรทราบดังนี้
1. การมีรอบเดือนหลังหยุดฉีดยาคุม จะมาเร็วมาช้า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับจำนวนเข็มที่ฉีด
2. รอบเดือนจะกลับมาเร็วที่สุด 2 เดือนครึ่งหลังหยุดฉีดยา และภายใน 1 ปี จะมีรอบเดือนเป็นปกติร้อยละ 76
3. การตั้งครรภ์
หลังหยุดฉีดยา 1-3 เดือน พบร้อยละ 30
หลังหยุดฉีดยา 4-6 เดือน พบร้อยละ 50
หลังหยุดฉีดยา 7-9 เดือน พบร้อยละ 60
หลังหยุดฉีดยา 10-12 เดือน พบร้อยละ 81
หลังหยุดฉีดยา 13-14 เดือน พบร้อยละ 89
4. ผมจะนัดแค่ 80 วัน เพราะพบว่า ถ้านัด 84-90 วัน ก็อาจพลาดได้ แม้ตามทฤษฎีจะบอกว่ามีระดับยาสูงพอจะคุมได้ได้ถึง 4 เดือน แต่ในความเป็นจริง บางครั้งก็เคยเจอที่ นัด 84-90 วันก็อาจพลาดได้ และคนไข้ก็มักมาช้ากว่าวันที่นัดเสมอๆ
5. กรณีที่ครบกำหนดแล้ว ไม่สามารถมาหาหมอคนเดิมได้ จะฉีดที่ไหนก็ได้ มีผลเหมือนกัน
6. กรณีที่วันนัดไม่ว่าง จะมาฉีดก่อนวันนัดก็ได้
7. กรณีที่ลืมฉีดหรือเลยวันนัด ถ้าไม่เกิน100วัน นับจากวันฉีดครั้งก่อน ก็จะให้ฉีดต่อเลย แต่ถ้าเกิดท้องขึ้นมา ก็แปลว่าท้องก่อนฉีดครั้งนี้
8. กรณีที่ลืมฉีดหรือเลยวันนัดเกิน100วัน นับจากวันฉีดครั้งก่อน ต้องพิจารณาเป็นรายๆไป
9. ฉีดแล้วรอบเดือนไม่มา เมื่อครบกำหนดที่หมอนัดฉีด ให้ไปฉีดตามวันที่นัด อย่ารอรอบเดือนมาก่อน พลาดกันมาแยะแล้ว
10 . ฉีดไปแล้วหลายเข็มรอบเดือนไม่มาเลย อย่าหยุดฉีดเพื่อให้รอบเดือนมา เพราะระหว่างที่รอบเดือนไม่มาอาจมีไข่ตกและทำให้ตั้งครรภ์ได้ นี่ก็พลาดกันมาแยะแล้ว
ครบกำหนดฉีด แม้มีเลือดออกกระปริบกระปรอย ก็ต้องฉีดต่อ(ถ้ายังอยากฉีด) ไม่ต้องพะวงกับเรื่องเลือดที่มาแบบนั้น

คุณเป็นคนที่ : [an error occurred while processing this directive]
ตั้งแต่ 1 กรกฏาคม 2544

(update วันที่ 30 สิงหาคม 2543)


[ BACK TO LIST]

[Home] [ เพศ] [ครอบครัว] [ ผู้สูงวัย ] [วัยรุ่น] [ เลี้ยงลูก ] [ โรคเด็ก ][คุมกำเนิด] [ โรคสตรี ] [กามโรค] [เกย์] [ สุขภาพจิต] [ law ]