clinicrak.com   คลินิกรัก



ทำแท้ง ทำอย่างไร


ทำแท้งห มายถึงการ ทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลงก่อนอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ การทำแท้งเป็นเรื่องผิดกฎหมายในบ้านเรา ผิดมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์จวบจนทุกวันนี้ กฎหมายอนุญาตให้ทำแท้งสามารถกระทำได้เพียงสองกรณีเท่านั้น คือกรณีถูกข่มขืน และกรณีที่ตั้งครรภ์ต่อไปอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมารดา แม้แต่มารดาเป็นเอดส์ กฤษฎีกาก็ตีความเมื่อเร็วๆ นี้ว่าไม่อาจทำแท้งได้

ผมจำได้ว่าเมื่อตอนเป็นนักศึกษาแพทย์เมื่อยี่สิบปีก่อน ต้องมานั่งเฝ้าคนไข้ที่ตกเลือด จากการทำแท้งโดยหมอเถื่อน บางรายตกเลือดจนต้องวิ่งหาเลือดกันจ้าละหวั่น บางรายเป็นบาดทะยัก บางรายติดเชื้อในกระแสโลหิตจนไตวาย ต้องนั่งเฝ้าล้างไตทั้งคืนบ่อยๆ จวบจนมีหมอปริญญากลุ่มหนึ่ง ให้บริการทำแท้งในรูปแบบการวางแผนครอบครัว ปัญญาแทรกซ้อนจากการทำแท้งโดยหมอเถื่อนจึงลดลง

การทำแท้งเป็นเรื่องผิดกฎหมายไม่ว่าจะทำโดยหมอเถื่อนหรือหมอปริญญา ถ้าเป็นหมอเถื่อนมักจะทำในหลายรูปแบบ ที่พบบ่อยๆ คือ การบีบหน้าท้อง ซึ่งก็ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แต่ส่วนมากก็ไม่ได้ผล ที่หนักหนากว่านั้นก็คือการใช้วัสดุต่างๆ แหย่เข้าโพรงมดลูก หรือฉีดน้ำยาสารพัดชนิดเข้าโพรงมดลูกซึ่งเป็นเรื่องอันตรายสุดๆ อันตรายจากมดลูกทะลุ อันตรายจากการตกเลือด อันตรายจากการติดเชื้อ ที่เป็นไม่มากรักษาทันก็หายเป็นปกติ ที่เป็นหนัก รักษาไม่ทันก็ตายไป

การทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลงตามหลักวิชาการในปัจจุบันแบ่งได้ 2 แบบคือ
Medical Abortion แท้งโดยใช้ยา
Surgical Abortion แท้งโดยใช้เครื่องมือ


Medical Abortion แท้งโดยใช้ยา

ยาที่ใช้ในการทำให้แท้งมีหลายตัว แต่ที่นิยมใช้กันมี สองสูตร

1. Methotrexate ร่วมกับ misoprostol ยา Methotrexate ใช้มานานกว่า 40 ปี เพื่อรักษาโรคมะเร็งและไขข้ออักเสบ ต่อมาพบว่าสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ จึงนำมาใช้รักษา การตั้งครรภ์นอกมดลูก โดยฉีดยาให้ครรภ์ที่อยู่นอกมดลูกที่ยังไม่แตกฝ่อ ช่วยลดอันตรายจากท้องนอกมดลูก และลดอัตราการผ่าตัดท้องนอกมดลูกลงได้ ต่อมาได้มีผู้นำมาใช้ในการทำให้แท้ง โดยใช้ร่วมกับยา misoprostol ใช้กับการตั้งครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ ได้ผลราว 80-85 % การแท้งจะเกิดขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ ยา Methotrexate เป็นยาอันตรายที่ต้องควบคุมพิเศษ ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ ใช้ในรูปยาฉีด ไม่ต้องไปหาซื้อตามร้านขายยาหรอกนะ เพราะไม่มีขาย

2. RU-486 (Mifepristone) ร่วมกับ misoprostol สูตรนี้มีใช้มานานร่วมสิบปี แถวๆ ยุโรปบางประเทศ ในเอเชียมีใช้มากในประเทศจีน ที่เพิ่งมาฮือฮากันในเร็วๆ นี้ ก็เพราะได้รับอนุญาตให้ใช้ในอเมริกาได้โดยผ่านทางแพทย์เป็นผู้จ่ายยานี้ ยานี้ใช้ได้ดีกับครรภ์ไม่เกิน 7 สัปดาห์ ได้ผลราว 98-99 % มีส่วนน้อยเท่านั้นที่ต้องขูดมดลูก เนื่องจากการตกเลือดหรือออกไม่หมด แต่อย่าเพิ่งดีใจนะ เพราะเมืองไทยไม่อนุญาตให้ขาย ถือว่าเป็นยาทำแท้ง ห้ามขายเด็ดขาด แต่เมื่อมีความต้องการ ก็มีคนหามาสนอง โดยไปหิ้วมาจากเมืองจีน ขายกันตามสถาบันการศึกษา ชุดหนึ่งก็ขายกัน 4000-5000 บาท รวยกันเละ ถ้าคุณจะซื้อก็ให้ระมัดระวังหน่อย คุณแน่ใจได้อย่างไรว่ายาที่คุณซื้อไม่ใช่ยาปลอม-แป้งอัดเม็ด ของขายได้ราคาอย่างนี้มีหรือจะไม่มีการปลอม ฮ่า ฮ่า อยากให้ออกก็ซื้ออีกชุด จ่ายไปอีก 4000-5000 คราวนี้อาจได้ของจริง….สงสารคนไทยจัง ทุกข์แล้วยังมาโดนต้มอีกต่างหาก…………………. ล่าสุด……ได้ข่าวว่าร้านขายยาบางแห่งก็เริ่มมีขายกันแล้ว คิดว่าแนวโน้มต่อไปคงไม่สามารถสกัดกั้นการขาย (แบบลักลอบ) ได้ คนไข้ที่เกิดอาการแทรกซ้อน จากการใช้ยาที่ไม่ถูกวิธี เช่นการตกเลือด มดลูกแตก คงจะมีมากขึ้นทั้งนี้ก็เพราะคนที่ตั้งครรภ์ และไม่พร้อมจะไม่คำนึงว่ายาที่ใช้นี้ใช้ได้ในระยะใด ขอให้มารออกไปก่อนต่อไปจะเป็นอย่างไรก็ช่าง

Surgical Abortion แท้งโดยใช้เครื่องมือ

การทำแท้งโดยเครื่องมือนี้มีมานานแล้ว แบ่งได้ดังนี้

1. ปรับประจำเดือน ใช้ในกรณีที่ รอบเดือนขาดไม่เกิน 8 สัปดาห์ โดยไม่สนใจว่า การขาดเลือดนั้นเกิดจากการตั้งครรภ์หรือไม่ เครื่องมือที่ใช้ก็ประกอบด้วยเครื่องดูดสุญญากาศ หรือกระบอกดูดสุญญากาศกับหลอดดูดซึ่งมี ขนาดเท่าหลอดกาแฟ ดังรูป

ถ้าเป็นสูตินรีแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้เวลาทำประมาณ 2 นาที ทำเสร็จกลับบ้าน ได้เลย อันตรายเท่ากับการคลอดปกติ (Normal labor) อันตรายที่อาจเกิดได้ เช่น มดลูกทะลุ ติดเชื้ออักเสบ ในประเทศสิงคโปร์เมื่อสิบกว่าปี นี้ก็ใช้วิธีนี้แก้ปัญหาให้กับคนของเขา พร้อมๆ กับให้การศึกษา จนเดี๋ยวนี้คนของเขาสามารถ คุมกำเนิดป้องกันได้ดี จนไม่มีปัญหาท้องไม่ พึงประสงค์

2. ขูดมดลูก curettage การขูดมดลูกสามารถกระทำได้ตั้งแต่ครรภ์ 4-12 สัปดาห์ ใช้เวลาทำประมาณ 3-10 นาที ทำเสร็จกลับบ้านได้เลย อันตรายที่อาจเกิดได้เช่น มดลูกทะลุ มดลูกอักเสบ ถ้าคนทำไม่ชำนาญอาจขูดลึกถึงกล้ามเนื้อมดลูกทำให้มีเลือดออกกระปริบกระปรอยเรื้อรัง และเมื่อตั้งครรภ์ก็อาจแท้งได้ง่าย แต่ถ้าเป็นสูตินรีแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ความระมัดระวัง อันตรายก็ยังน้อยกว่าการคลอดที่มีความเสี่ยง (high risk pregnancy)


3. การเร่งคลอด ใช้ในกรณีตั้งครรภ์ 16-26 สัปดาห์ กรณีนี้ต้องนอนโรงพยาบาล การทำก็โดยฉีดน้ำเกลือเข้มข้น 20 % เข้ามดลูกโดยผ่านทางหน้าท้อง หลังจากนั้นก็ใส่ยาเร่งคลอด ในน้ำเกลือค่อยๆหยดทางสายน้ำเกลือเข้าเส้นเลือด บางคนอาจใช้ยาขยายปากมดลูกสอดเข้าช่องคลอด ช่วยให้การคลอดง่ายขึ้นด้วย หลังจากนั้นเมื่อปวดท้องคลอด คนไข้ก็ต้องเบ่งคลอดเหมือคนคลอดทั่วไป ได้ผลในเวลา 24 –48 ชั่วโมง อันตรายที่อาจเกิดได้ เช่น การติดเชื้อ มดลูกทะลุ รวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้น ในช่วงคลอดซึ่งก็เหมือนการคลอดปกติทั่วไป เด็กที่คลอดแล้วก็จะเสียชีวิต



บทความนี้เขียนขึ้นมาตามหลักวิชาการ เพื่อให้ท่านได้พอมองเห็นภาพว่าเขาทำแท้งกันอย่างไร ไม่ได้มีเจตนายุยง ส่งเสริมให้ทำแท้งแต่อย่างใด การให้การศึกษาให้ประชาชนรู้จักป้องกันตัวเอง มีที่ปรึกษาเมื่อคุมกำเนิดแล้วมีอาการข้างเคียงสามารถมีที่ถามได้อย่างสะดวก คือหนทางที่ควรทำ อย่างที่เว็ปนี้กำลังทำอยู่ครับ

น.พ.รุ่งโรจน์ ตรีนิติ

หลังทำแท้ง
ประมวลจากคำถามต่างๆที่ถามในเว็บบอร์ดมีดังนี้
  1. หลังทำแท้งที่นายแพทย์ทำให้ (โดยการดูดหรือขูดมดลูก) ควรกลับไปหาหมอตรวจหลังจากนั้น 1 - 3 สัปดาห์เพื่อดูว่าออกหมดเรียบร้อยหรือไม่
  2. หลังทำแท้งแล้ว รอบเดือนอาจมาไม่แน่นอน บางรายอาจมาหลังจากนั้น 2 - 3 - 4 สัปดาห์ หรือบางรายอาจนานหลายเดือนกว่าจะมาก็เคยได้รับการปรึกษา
  3. หลังแท้ง ไข่จะตกเร็ว บางคน 2 - 3 สัปดาห์ไข่ก็ตกแล้ว ถ้ามีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน อาจตั้งครรภ์ได้
  4. หลังทำแท้งไปแล้ว ควรคุมกำเนิดทันที โดยถือว่าวันที่ทำเป็นวันแรกที่รอบเดือนมา และคุมกำเนิดไปอย่างน้อย 3 เดือน หลังจากนั้นถ้าแน่ใจว่าจะไม่มีเพศสัมพันธ์อีกจึงค่อยหยุดคุม
  5. ทำไปแล้วโอกาสไม่ออกมีไหม มีครับ..เคยตรวจคนไข้ที่ทำไปแล้วมาปรึกษาเรื่องท้องโต ปรากฏว่ายังไม่ออก ท้องโตขึ้น ดังนั้นจึงควรกลับไปตรวจหลังทำ
  6. อาการที่แสดงว่า น่าจะออกแล้วคือ อาการที่แสดงว่าตั้งครรภ์ได้หายไป เช่น อาการเวียนหน้า คลื่นไส้ อาเจียน(ถ้ามี) เต้านมที่เคยเต่ง คัดตึงยามตั้งครรภ์ก็ต้องหายไป
  7. หลังทำแท้ง อาจมีเลือดออกกระปริบกระปรอยอยู่หลายวันหรือเป็นเดือนได้ ไม่ผิดปกติแต่อย่างใด
  8. หลังทำแท้ง อาจมีน้ำนมหรือของเหลวออกจากหัวนมได้ อาจออกหลายวันหรือเป็นเดือนได้ ไม่ผิดปกติแต่อย่างใด แต่ถ้าเกินเดือนแล้วยังไม่แห้งเอง ก็คงต้องไปหาหมอตรวจหาสาเหตุ
  9. อาการที่ถือว่าวิกฤตและต้องไปหาหมอคือ
    • ปวดท้องมากร่วมกับเลือดออกมาก
    • มีอาการท้องอืดหลังทำไป 1 - 2 สัปดาห์
    • ปวดท้องมาก หรือหน้ามืดเป็นลม
    • 7 วันแล้วยังมีอาการในข้อ 5 อยู่
  10. หลังทำแท้งไปแล้ว ยังอาจตรวจปัสสาวะให้ผลเป็บบวกได้เป็นสัปดาห์ บางรายอาจนานถึง 3 - 4 สัปดาห์ก็เคยมีให้เห็น ดังนั้นถ้าจะตรวจปัสสาวะด้วยตนเองควรรอ 2 - 3 สัปดาห์ไปแล้ว (แต่ถ้าตรวจก่อนหน้านั้นให้ผลเป็นลบก็เชื่อถือได้) แต่ดีที่สุดคือตรวจด้วยอัลตร้าซาวด์ร่วมกับอาการที่แสดงว่าตั้งครรภ์หายไป

เรื่องเล่าหลังทำแท้ง

ดิฉันไปทำแท้งมาเมื่อวานนี้คะ รู้สึกเจ็บไปทั้งกายและใจมากๆ คิดอยู่เสมอว่าไม่อยากเอาลูกออกเพราะยังไงคนเลวๆอย่างดิฉันก็ยังมีความรู้สึกของคนเป็นแม่อยู่บ้าง แต่เนื่องจากดิฉันยังต้องเรียนอยู่และยังเด็กมากๆไม่พร้อมแน่ๆที่จะรับภาระของผู้เป็นแม่ได้
ดิฉันจึงลองหาข้อมูลสถานที่รับทำในเวปนี้มาได้ 2 ที่คือที่สุขุมวิท 12 กับที่ คลองตัน ดิฉันได้ไปที่คลองตันก่อนปรากฏว่าข้อมูลไม่ตรงนะคะ ดิฉันท้องได้ 2เดือนครึ่ง เค้าบอกมาว่าใช้วิธีเหน็บยาไม่มีวางยาสลบและค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 17000 บาท ต้องนอนที่รพห้ามญาติมาเฝ้าและเยี่ยมด้วย ดิฉันจึงลองไปที่สุขุมวิท 12 ดู ก็ค่าทำอยู่ที่ 1950 พนักงานทุกคนใจดีมากๆคะ
ตอนที่ดิฉันเข้าไปในห้องทำแท้งจิตใจดิฉันแย่มากๆมือเย็น ตัวสั่น หูอื้อไปหมด พอคุณหมอเดินมา วูบนึงที่ดิฉันอยากหนีออกไปจากห้องนี้เหลือเกิน พอคุณหมอเริ่มลงมือดูดเอาลูกของดิฉันออกไป ดิฉันเจ็บปวดมากมันไม่ได้ปวดที่ร่างกายอย่างเดียวมันเจ็บทั้งจิตใจด้วย เพราะดิฉันคิดว่าดิฉันเจ็บแค่ไหนลูกของดิฉันก็จะเจ็บกว่าล้านเท่าดิฉันจึงยิ่งรู้สึกแย่จนเผลอสะอื้นออกมาจนคุณหมอดุเลยล่ะ ที่ดิฉันอ่านมามีคนบอกว่าเจ็บนิดเดียวเหมือนมีเมนบ้างล่ะ เจ็บแค่ไม่กี่นาทีบ้างล่ะ แต่สำหรับดิฉันมันอาจแค่ไม่กี่นาทีในความเป็นจริง แต่ในจิตใจของดิฉันนั้นมันนานมากๆ พอทำเสร้จพี่พนักงานก้ผยุงดิฉันไปที่เตียงแต่ดิฉันหน้ามืดจนเป็นลมกลางทาง พี่พนักงานจึงเอาแอมโมเนียมาให้ดม ดิฉันจึงลุกขึ้นและเดินกลับไปพักที่เตียงได้ ระหว่างนั้นดิฉันทุกข์ใจมากที่สุดในชีวิตดิฉันได้ทำไปแล้วดิฉันฆ่าลูกตัวเองไปแล้ว ดิฉันทรยศต่อคำว่า"แม่" เด็กคนนั้นอุตส่ายอมมาเกิดในตัวดิฉันที่แสนเลวได้ แต่ดิฉันกลับไปฆ่าเด็กคนนั้นตายเสียแล้ว แล้วแบบนี้ในอนาคตข้างหน้าเมื่อดิฉันพร้อมที่จะมีลูกบ้าง แล้วใครจะยอมมาเกิดกับดิฉันที่ทำร้ายลูกตัวเองได้ล่ะ ถึงก่อนที่จะไปทำแท้งดิฉันได้ไปทำสังฆทานขออโหสิกรรม และขอให้ลูกรอเมื่อดิฉันพร้อม แต่มันก็ยังรุ้สึกแย่อยู่ดี พอถึงบ้านดิฉันร้องไห้ตลอดทั้งคืน ยังไม่หยุดเลยแม้กระทั่งตอนนี้ มันเอ่อล้นมาตลอด แม้ดิฉันจะทำใจเมื่อรู้ว่าท้องและต้องทำแท้งอยู่มาแรมเดือน แต่ก้ยังรู้สึกไม่ดีมากๆในสิ่งที่ทำลงไป ดิฉันคิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานซ้ำไปซ้ำมาตลอด ถึงในเวลานี้เค้าจะไม่ได้อยู่ในตัวของดิฉันแล้ว แต่เค้าก้ยังอยู่ในใจดิฉันเสมอ ดิฉันรู้ตัวในสิ่งที่ทำไปมันเป็นบาปที่ไม่น่าให้อภัยที่สุด แต่นี้คือบทเรียนอันมีค่ามากที่สุดของดิฉัน มันทำให้ดิฉันเปลี่ยนเป็นคนละคนอย่างน้อยดิฉันก็เข็ดเรื่องsexไปอีกนาน และจำเรื่องเมื่อวานไปจนตาย

ฝากถึงเพื่อนๆพี่ๆทุกคนนะคะ ถ้าจะมีsexก็คุมให้ดีๆด้วยนะคะถ้ามันพลาดแบบดิฉันไม่คุ้มเลยกับความสนุกแค่ไม่นานนั้น แต่ถ้ามันพลาดไปแล้วก็อย่าให้มีอีกซ้ำสองนะคะ
ปล.ดิฉันเขียนเรื่องของดิฉันไว้เป็นอุทาหรณ์ให้แก่คนที่กำลังจะไปทำ ถ้าพวกคุณพร้อมก็อย่าไปทำเลยคะ ที่ดิฉันต้องทำเนี้ยเพราะอายุของดิฉัน ถ้าพ่อแม่รู้ว่าท้องขึ้นมา คนรักของดิฉันได้เข้าคุกแน่ๆ ในตอนนี้ดิฉันก็ได้แต่ทำบุญไปให้เค้า

เรน
27 ต.ค. 2548 13:32 น

&140
เรื่องจริงที่น่าเศร้า

วันที่ 6 เมษายน เราเดินเข้าไปที่สุขุมวิท 12 เหมือนคนไม่มีวิญญาณ ลอย-ลอย มีคนมากมาย มากเหลือเกินจนไม่คิดว่าพวกที่มีปัญหาต้องใช้วิธีแก้เหมือนเราจะมากขนาดนี้ บางคนดูหน้าตาเด็กมากจนน่าใจหาย เราหยิบบัตรคิว รอ สักพักก็มีเจ้าหน้าที่มาเชิญญาติของคนมีปัญหาลงไปข้างล่าง ยกเว้นเด็กที่อายุไม่เกิน 18 ที่ต้องให้ผู้ปกครองเซ็นต์รับรองอนุญาต เรารอจนเจ้าหน้าที่เรียกชื่อเข้าห้องอุลตร้าซาวด์ ใจเสีย มือเย็น เจ้าหน้าที่เป็นผู้หญิง ให้เราขึ้นนอนบนเตียง ลดกางเกงลงต่ำๆ แล้วใช้เจลป้ายเครื่องมือตรวจวางที่หน้าท้อง เจ้าหน้าที่ตรวจอยู่ประมาณนาที แล้วถามว่ากินยาขับหรือยาฟอกเลือดมาหรือเปล่า เราบอกว่าเปล่า เจ้าหน้าที่ถามว่าเมนส์มาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เราบอกว่า 27 กุมภา เขาเลยบอกว่าอายุครรภ์ยังน้อย (นับจาก 27 กุมภา - 6 เมษา 38วัน ประมาณ 5 อาทิตย์กว่าๆ เรามีเพศสัมพันธ์กับแฟนวันที่ 8 มีนา อายุปฏิสนธิจึงน่าจะน้อยกว่านั้น) เจ้าหน้าที่ให้เรากลับบ้าน นัดให้ไปหาใหม่วันที่ 16 เมษา

ระหว่างรอเวลา เราแทบบ้า สับสนว่าจะเอาอย่างไรดี การต้องคิดต้องตัดสินใจเองโดยไม่มีแฟนอยู่ข้างๆยิ่งเจ็บปวด รู้สึกเหมือนแฟนไม่รัก คิดว่าเขาน่าจะต้องรับผิดชอบ แต่คิดอีกทีเขาก็จะรับผิดชอบไม่ได้ การที่จะให้ภรรยาของเขารู้ว่าเขามีเราอีกคน ยิ่งจะเป็นการทำร้ายจิตใจภรรยาเขา มันก็ยิ่งบาปยิ่งเลวหนัก เพราะการแอบคบหาสามีคนอื่นมันก็ถือว่าเลวชั่วที่สุดแล้ว

ในที่สุด แฟนก็มีโอกาสมาหาเราได้ เขาเห็นสภาพของเรา เขาถึงกับร้องไห้ ยอมรับความผิดพลาด แต่เรากับเขาก็รู้เท่าๆกันว่าลูกที่จะเกิดมา จะทำให้มีปัญหาไม่รู้จบสิ้น ทุกฝ่ายจะต้องเป็นทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่เรา หรือภรรยาเขา เราคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ แฟนบอกว่า ให้เรารอไปหาหมอวันที่ 19 เมษา เพราะวันที่ 16 เมษา เขาติดงาน เขาอยากอยู่ร่วมรับผิดชอบในการเคลียร์ปัญหา

วันที่ 19 เมษา เราสองคนตื่นแต่เช้า แต่ถึงอย่างนั้น เนื่องจากเป็นวันทำงาน รถจึงติดมาก กว่าจะไปถึงซอย 12 ก็ประมาณ แปดโมงกว่า คราวนี้คนไม่มากเท่ากับวันที่เรามาครั้งแรก แฟนได้นั่งอยู่กับเราจนกระทั่งส่งเข้าห้องอัลตราซาวด์ เจ้าหน้าที่ตรวจพบถุงของการตั้งครรภ์ เราจ่ายค่าตรวจ 150 บาท แล้วขึ้นไปอีกชั้น ตอนนี้แฟนต้องลงไปนั่งรอข้างล่าง

ที่อีกชั้น เราถูกเรียกโดยเจ้าหน้าที่ ซักประวัติ ชื่อ ที่อยู่ อาชีพ การศึกษา และให้เราเซ็นต์ยินยอมรับการรักษา(หรือว่าทำแท้งนั่นแหละ) จากนั้นก็ให้จ่ายเงินค่าทำทันที 1,800 บาท แล้วให้นั่งรอ ขนาดว่าเราอ่านมาบ้างเกี่ยวกับการทำแท้ง เรายังรู้สึกแย่อยู่ดี

ไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็เรียกเราแล้วก็ผู้ประสบปัญหาเดียวกับเรา 7 คน โดยให้เดินตามไปที่แห่งหนึ่ง เป็นที่ที่สะอาด เจ้าหน้าที่ให้ถอดรองเท้าใส่ถุง ถือ เพราะเป็นห้องที่ระมัดระวังเรื่องเชื้อ เจ้าหน้าที่ผู้หญิงหน้าตาใจดี อธิบายเรื่องการทำ โดยให้เราทานยาแก้ปวดเม็ดสีเหลือง 1 เม็ดแนะวิธีปฏิบัติตัวระหว่างทำและหลังทำ วิธีการกินยาที่จะได้ไปกินที่บ้าน วิธีปฏิบัติหากเกิดปัญหา จากนั้นก็ปล่อยเราไปนอนรอตามห้องที่มีเตียงตั้งวางอยู่ประมาณห้องละ 10 เตียง ทุกเตียงมีม่านกั้น มีผ้าถุงให้เปลี่ยน ที่หัวเตียงมีประโยคที่ว่า "ขอให้มีร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะดำเนินชีวิต" เราเปลี่ยนผ้าถุง ถอดทั้งกางเกงนอกและกางเกงใน เราติดหนังสืออ่านเล่นเข้าไปด้วยเล่มนึง ตั้งใจจะอ่านเพื่อไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่านระหว่างรอ แต่เราอ่านไม่รู้เรื่อง แม้ใจจะคลายความทุกข์ลงบ้างเพราะมีแฟนอยู่ร่วมรับรู้ แต่ยังรู้สึกผิดบาปอยู่ดี

ประมาณ 15 นาที เจ้าหน้าที่มาเรียกหมายเลขของเรา (จะไม่มีการเรียกชื่อในห้องทำ) เราไปรอหน้าห้องทำ (ห้องทำจะมี 2 ห้อง หมอจะเดินไปเดินมา ระหว่างทำอีกห้อง ห้องที่เหลือจะมีเวลาเตรียมตัว) เจ้าหน้าที่ดูแลให้เราขึ้นไปนอนเตียงขาหยั่ง กอดอก เรานอนหลับตา อายในสิ่งที่ตัวเองทำ ครึ่งนาทีหมอก็เข้ามา แล้วทำเลย เรารู้สึกเหมือนมีอะไรเข้าไปในช่องคลอด แล้วก็มีเสียง ซวก-ซวก ถามว่าเจ็บไหม ไม่เจ็บอย่างที่คิด แต่ก็เจ็บ หมอทำเร็ว ระหว่างทำก็คุยเรื่องสัพเพเหระกับเจ้าหน้าที่ เหมือนจะให้เราสนใจฟังมากกว่าสนใจตัวเอง พอเรารู้สึกเหมือนว่าจะทนไม่ไหวแล้ว หมอก็ทำเสร็จพอดี ใช้เวลาไม่น่าจะเกิน 3 นาที เสร็จแล้วหมอก็เดินออกไปอีกห้องทันที เจ้าหน้าที่ที่อยู่ส่งผ้าอนามัยให้เรากดไว้หนึ่งแผ่น เจ้าหน้าที่อีกคนเข็นรถมารอรับ เราไม่ได้ทานอะไรเลยก่อนจะไปทำ เลยรู้สึกโคลงเคลง เหมือนจะอ้วก ได้ยินเสียง หนู ช่วยพี่หน่อยนะ อย่าก้มหน้า ขึ้นนั่งบนรถเร็วๆ พอเรานั่งได้ เจ้าหน้าที่คนนั้นก็เข็นเราไปส่งที่เตียง บอกให้เรานอนกดหน้าท้องไว้ ข้างเตียงจะมีถังขยะหุ้มด้วยถุงพลาสติกอยู่ เราอ้วกออกมาเป็นน้ำเขียวๆ คิดว่าน่าจะเป็นน้ำย่อยเ พราะเราไม่ได้กินอะไรก่อนทำ พออ้วกหมดเราก็รู้สึกดีขึ้น มีชาอุ่นๆหวานๆอยู่ที่หัวเตียงให้จิบ ชาอุ่นช่วยเราได้มากจิบชาแล้วก็รีบเปลี่ยนกางเกง อยากลงไปหาแฟน ไม่อยากให้เขารอ เพราะรู้ว่าขณะที่รอ ความรู้สึกเขาคงแย่และทรมานมากๆ เหมือนกันระหว่างนั่งรอเจ้าหน้าที่พากลับ ก็ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่เตือนคนอื่นๆ หนูอย่าเพิ่งเอารองเท้าออกจากถุงซิจ๊ะที่นี่ห้องปลอดเชื้อนะ หนูทำไมไม่ทานชาล่ะมันทำให้หนูดีขึ้นนะ หนูอย่าลืมยาซิจ๊ะเดี๋ยวกลับบ้านไม่มีอะไรทานนะ เราขอชาเจ้าหน้าที่เขาอีกถ้วย เขาก็เอามาให้แล้วถามว่า หนูทำไมรีบลุก ดีขึ้นแล้วเหรอ เราได้แต่พยักหน้า อยากจะขอบคุณที่เขาดูแล เคยอ่านในกระทู้ว่าเจ้าหน้าที่พูดจาไม่ดี ไม่ใช่เลย เจ้าหน้าที่อาจจะพูดห้วนๆไปบ้างเพราะต้องเร่งรีบ แต่ทุกคนดูเป็นห่วงเป็นใยต้องการให้เราปลอดภัยที่สุด

ในที่สุดเราก็ได้ลงกลับมาหาแฟน ตอนเกือบใกล้เที่ยง เห็นแฟนนั่งหน้าเครียดอยู่ที่ห้องพักญาติ ถามว่าทานไรหรือยังก็ได้รับคำตอบว่ายังทานไม่ลง เป็นห่วง หมอนัดเราอีกที วันที่ 29 เมษา เราไปตั้งแต่เช้า เขาก็ถามอาการเราหลังทำ เราบอกว่า วันแรกปวดท้องเหมือนปวดประจำเดือน กินยาแก้ปวดรุ่งขึ้นอีกวันก็หาย 3- 4 วันแรกมีเลือดออกมาบ้าง หลังจากนั้นก็มีเลือดสีน้ำตาลกระปริบกระปรอย แต่ไม่ปวดท้อง นมไม่คัด ไม่อ้วก หมอบอกว่าอาการเราปกติ แล้วก็สอนเราเรื่องการป้องกัน บอกว่าถ้ามีปัญหาอะไรผิดปกติ ก็มาหาได้ แล้วก็อวยพรให้เราเข้มแข็ง มีสติ พูดกับเราว่าไม่อยากรับเราในฐานะคนไข้อีกเพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ใช่ต้นเหตุ

ที่เราเล่ามายืดยาว ก็เพียงแค่อยากจะบอกประสบการณ์ของตัวเองให้กับคนที่ยังไม่มีปัญหา ว่าอย่าประมาท รักใครน่ะได้ แต่จงรักตัวเองด้วย หรือถ้าต้องยอมจริงๆ ต้องป้องกัน อย่านับวัน จะพลาดเหมือนเรา ถุงยางแน่นอนกว่า และสำหรับคนที่มีปัญหา เราไม่ได้สนับสนุนการทำแท้ง แต่เมื่อต้องทำ จงใช้สติ อย่าวิตก อย่าหวาดกลัว ให้หาความรู้ ไปในที่ที่ปลอดภัยสำหรับตัวคุณ บางคนไปมาแล้วอาจจะมีปัญหา เพราะคนไปทำ 100 คนจะให้เรียบร้อยดีทุกคนคงเป็นไปไม่ได้ มันก็ต้องมีคนโชคไม่ดีบ้าง เราทำพลาดมันก็ต้องมีบทเรียนบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าบทเรียนนั้นจะถูกหรือแพง แต่อย่างน้อยที่ๆเราเคยไปก็คือที่ๆน่าจะปลอดภัย เราไม่อยากให้คนที่มีปัญหาต้องเดินสะเปะสะปะไปเจอที่ที่ต้องการแต่เงิน ไม่ให้ความปลอดภัย สำหรับเรา เราต้องขอบคุณที่นี่ ที่ให้โอกาส จัดการปัญหาให้ ซึ่งค่าตอบแทนเพียง 1,950 บาทคงเทียบไม่ได้กับการเสียสละ ให้โอกาสคนบนคำสาปแช่งของคนอื่น สุดท้ายถ้าเจ้าหน้าที่หรือคุณหมอในซอย 12 ผ่านเข้ามาดู อยากให้รู้ว่าผู้หญิงที่เคยมีปัญหาเดินเข้าไปร้องขอความช่วยเหลือ ขอให้คุณหมอและเจ้าหน้าที่ทุกคน เข้มแข็งต่อปัญหาที่อาจจะได้รับ ขอให้อยู่เป็นที่พึงของคนที่มีปัญหาต้องการความช่วยเหลือต่อไป ขอบคุณที่เมืองไทยยังมีคนอย่างพวกคุณ (เทพยดาในร่างซาตาน) และขอสัญญาว่าจะดูแลตัวเอง ไม่ให้พลาด ไม่ให้พวกคุณต้องแก้ปัญหาให้อีก
(update 27 ธันวาคม 2000)
[ BACK TO LIST]

[Home] [ เพศ] [ครอบครัว] [ ผู้สูงวัย ] [วัยรุ่น] [ เลี้ยงลูก ] [ โรคเด็ก ][คุมกำเนิด] [ โรคสตรี ] [กามโรค] [เกย์] [ สุขภาพจิต] [ law ]