บทความเกี่ยวกับ ผู้หญิง ผู้หญิง
คนเป็นคนที่ - 878 [Date : 12 เม.ย. 2553 ]   
 
ครรภ์ไข่ปลาอุก [mole]
 
วันที่ 12 เม.ย. 2553   โดย นพ.เสรี ธีรพงษ์
 
 

ครรภ์ไข่ปลาอุก

นพ.เสรี ธีรพงษ์


ประสบการณ์อันเลวร้ายของการตั้งครรภ์ คือ ตั้งครรภ์แล้วไม่ได้ลูก ในสตรีบางคนนอกจากจะไม่ได้ลูกแล้วยังอาจโชคร้าย ตกอยู่ในภาวะอันตราย จาก "มะเร็ง" อีก "มะเร็ง" ที่ว่านี้คือ "มะเร็งครรภ์ไข่ปลาอุก" ซึ่งมีความร้ายกาจไม่แพ้มะเร็งชนิดอื่นๆ เหมือนกัน

ลองจิตนาการดูซิว่าสตรีอายุน้อย ๆ วัยเจริญพันธุ์ตั้งครรภ์ (ไข่ปลาอุก) ขึ้นมาแล้วประสบโชคชะตาเป็น "มะเร็ง" เธอผู้นั้นจะมีความทุกข์มากขนาดไหน?

ครรภ์ไข่ปลาอุก

มีความเป็นมาอย่างไร ทำไมจึงมีความน่ากลัวอย่างนั้น ?

ปกติเซลล์ที่มีศักยภาพในการแบ่งตัวและเจริญเติบโต ใกล้เคียงกับเซลล์มะเร็งก็คือ เซลล์สืบพันธุ์ที่ผ่านการปฏิสนธิแล้ว เซลล์สืบพันธุ์เมื่อปฏิสนธิกันตามปกติระหว่าง "ไข่" กับ "อสุจิ" จะได้ "เซลล์ตัวใหม่" เพียงเซลล์เดียว แต่เซลล์เพียงเซลล์เดียวนี้ มีศักยภาพสูงมากๆ สามารถแบ่งตัวเจริญเติบโตเป็นเซลล์จำนวนมากมาย เซลล์เหล่านี้จะแยกย้ายและรวมตัวกันกลายเป็นอวัยวะต่างๆ จนเป็นร่างกายมนุษย์ได้ในที่สุด โดยใช้ระยะเวลาเพียง 9 เดือนเท่านั้น

เซลล์มะเร็ง แตกต่างจากเซลล์สืบพันธุ์ที่ผ่านการปฏิสนธิแล้ว ตรงที่เซลล์มะเร็งมีการแบ่งตัวและเจริญเติบโตไปอย่างมากมาย แบบไร้ทิศทางไม่มีระเบียบ เซลล์มะเร็ง ไม่สามารถแยกย้าย และรวมตัวกันเป็นอวัยวะได้ แต่จะกลายเป็นก้อนเนื้อที่มีขนาดใหญ่ และมีลักษณะหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว แม้ชาวบ้านธรรมดาๆ มองดู ก็รู้ว่า เป็นก้อนเนื้องอกมะเร็ง ยิ่งเซลล์มะเร็งเผยแพร่กระจายไปในอวัยวะใด ก็จะเหนี่ยวนำให้เซลล์ของอวัยวะนั้นๆ กลายเป็นพวกมันไปด้วย ในที่สุดอวัยวะต่างๆ จะไม่สามารถทำงานในหน้าที่ที่ตัวเองรับผิดชอบได้ เกิดภาวะล้มสลายและล้มเหลวในการทำงาน สุดท้ายเจ้าของร่างกาย ทนไม่ได้ ต้องยอมแพ้และตายไป

ครรภ์ไข่ปลาอุก เกิดจากความผิดปกติของการปฏิสนธิ ระหว่างเซลล์สืบพันธุ์ (ไข่และอสุจิ) โดยปกติการปฏิสนธิเกิดจาก เซลล์สืบพันธุ์ที่สมบูรณ์อย่างละหนึ่งเท่านั้น ครรภ์ไข่ปลาอุกมักจะเกิดจาก "อสุจิ" 1 ตัว ปฏิสนธิกับ "ไข่" 1 ใบ ซึ่งโครโมโซมเพศหลุดหายไป ทำให้ได้ "ตัวอ่อน" ที่มีโครโมโซมเพศเฉพาะจาก "อสุจิ" เท่านั้น

อีกกรณีหนึ่ง จะเกิดจาก "อสุจิ" 2 ตัวเข้าปฏิสนธิกับ "ไข่" 1 ใบ ทำให้มีจำนวนโครโมโซมมากเกินไป เซลล์ "ตัวอ่อน" ที่ได้จากทั้ง 2 กรณี จะไม่สมบูรณ์และเจริญเติบโตแบ่งตัวอย่างไร้ระเบียบ แทนที่จะเป็น "ตัวอ่อน" (EMBRYO) ของคนกลับกลายเป็น "ถุงน้ำ" อย่างหนึ่ง ลักษณะเหมือน "เม็ดสาคู" หรือ "ไข่ปลา" จำนวนมากมายอยู่ภายในถุงน้ำคร่ำ

"ถุงน้ำ" เม็ดสาคูหรือไข่ปลา (MOLE) ภายในโพรงมดลูกนั้น เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มดลูกโตไม่เป็นสัดส่วนตามอายุครรภ์ มดลูกจะขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันการตั้งครรภ์ไข่ปลาอุกชนิดนี้ จะสร้างฮอร์โมนเฉพาะที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ (HUMAN CHRIOGONADOTROPIN ย่อเป็น hCG) ออกมา ฮอร์โมนชนิดนี้มีสูตรโครงสร้างคล้ายกับฮอร์โมนจากต่อมธัยรอยด์ ทำให้เกิดการกระตุ้นให้ต่อมธัยรอยด์ทำงานมากขึ้น คนไข้จะแสดงออกคล้ายกับเป็นโรคต่อมธัยรอยด์เป็นพิษ (HYPERTHYROIDISM) นอกจากนั้น คนไข้ยังอาจเกิดภาวะครรภ์พิษ (TOXEMIA) ขึ้นมาขณะที่อายุครรภ์เพียง 20 สัปดาห์ก็เป็นได้

วิธีการรักษาไม่ยาก แต่ต้องวินิจฉัยให้แน่นอน การวินิจฉัยให้แน่นอนทำได้ง่ายๆ โดยใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ ตรวจหน้าท้องดูภายในโพรงมดลูกซึ่งจะไม่มองเห็นทารก แต่จะเห็นเป็นลักษณะคล้ายรวงผึ้งอยู่ภายใน (HONEY COMB APPEATANCE)

การรักษา

ใช้วิธีดูดเอา "ถุงน้ำ" เม็ดสาคูออกมาจนเกือบหมด จากนั้น จึงใช้เครื่องมือขูดมดลูก ที่มีลักษณะเป็นเหล็กยาวประมาณหนึ่งศอก ซึ่งทำเป็นห่วงตรงปลาย (CURETTE) เข้าไปขูดส่วนที่เหลือออกจนหมด ขั้นตอนต่อไปคือ การติดตามผลการรักษา (FOLLOW UP) ซึ่งถือว่า สำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่ง

วิธีติดตามผลการรักษา

ทำได้โดย การตรวจร่างกาย ตรวจภายใน ตรวจด้วย เครื่องอัลตราซาวนด์ และที่สำคัญมาก คือ ตรวจเลือดหาค่า hCG รวมทั้งเซลล์ที่เกิดจากการตั้งครรภ์ (Syncytiotrophoblast) รวมทั้งเซลล์ของครรภ์ไข่ปลาอุกด้วย หากค่า hCG ลดลงแต่ไม่มาก หรือภายหลังกลับเพิ่มขึ้นอีก แสดงว่า "ถุงน้ำ" เม็ดสาคู (MOLE) ยังหลงเหลืออยู่หรืออาจกลายเป็น มะเร็งครรภ์ไข่ปลาอุกไปแล้ว

เมื่อปีที่แล้ว มีคนไข้สตรีรายหนึ่งมาหาข้าพเจ้าด้วยเรื่องว่า แท้งบุตรและได้รับการขูดมดลูกมาแล้ว จากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เวลาผ่านไป 3 สัปดาห์ ยังมีเลือดไหลออกมาจากช่องคลอดจำนวนมากอยู่เลย ระยะแรกๆ หลังขูดใหม่ๆ คิดว่าน่าจะเป็นผลจากการขูดมดลูก และไม่นานนักเลือดคงจะหยุดไปเอง ต่อมาเลือดยังคงไหลออกมา เป็นจำนวนมาก โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จึงขอย้ายมารับการตรวจรักษา ที่โรงพยาบาลแห่งใหม่ ซึ่งข้าพเจ้าออกมาตรวจพอดี

ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า ถ้าเป็นการแท้งบุตรธรรมดา คงไม่มีปัญหาเช่นนี้ ดังนั้นจึงทำการตรวจดูด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ ผ่านทางช่องคลอด ผลปรากฏว่า ภายในโพรงมดลูกเต็มไปด้วย "ถุงน้ำ" เม็ดสาคู (MOLE) ดังนั้นคนไข้จึงได้รับการขูดมดลูกอีกครั้ง โดยเริ่มต้นจากการดูด (SUCTION CURETTAGE) "ถุงน้ำ" เม็ดสาคู (MOLE) ออกให้มากที่สุดก่อน แล้วตามด้วย การขูดมดลูกจริงๆ จนกว่าจะหมด

ถึงแม้ว่าคราวนี้ คนไข้จะไม่มีปัญหาเรื่องตกเลือด แต่จากการติดตามด้วยการเจาะเลือดตรวจ SERUM BETA hCG ปรากฏว่า ค่า SERUM BETA hCG ลดลงมาในช่วงแรก ๆ จาก > 200,000 หน่วยเป็น 7 หมื่นหน่วย และละลงไปเรื่อยๆ จนถึง 700 หน่วย ต่อมาปรากฏว่าค่า SERUM BETA hCG กลับเพิ่มขึ้นอีก เป็น 920, 3200, 4200 หน่วย ข้าพเจ้าจึงต้องอธิบายให้คนไข้เข้าใจว่า มีโอกาสเป็นไปได้ 2 ทาง

ทางแรกเกิดจากการแปรเปลี่ยนเป็น "มะเร็งครรภ์ไข่ปลาอุก" (CHORIOCARCINOMA) ทางที่สองเกิดจากเซลล์ของ "ถุงน้ำ" เม็ดสาคู (MOLE) ส่วนที่เหลืออยู่กัดกินเข้าไปในเนื้อมดลูก (INVASIVE MOLE) อย่างไรก็ตาม การให้ยาฆ่ามะเร็ง (CHEMOTHERARY) เพียงขนานเดียว (METROTREXATE) ติดต่อกัน 5 วัน ก็เพียงพอต่อการรักษาแล้ว คนไข้ยินยอม ทำตามคำแนะนำ ทำให้ผลการรักษาออกมาดี จากการติดตาม เจาะเลือดดูค่า SERUM BETA hCG ลดลงเป็น 0 ในเวลาไม่กี่สัปดาห์ หลังให้ยา นั่นแสดงว่าเธอผ่านพ้นอันตรายจากภาวะแทรกซ้อนของ "ครรภ์ไข่ปลาอุก" ครั้งนี้แล้ว

ตามหลักการคนไข้ครรภ์ไข่ปลาอุก จะต้องคุมกำเนิดหลังทำแท้ง เพื่อการรักษาแล้วเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งคนไข้รายนี้ปฏิบัติตามคำแนะนำ ด้วยดีมาตลอด อย่างไรก็ตาม วันหนึ่งคนไข้โทรมาหาข้าพเจ้าแล้วบอกว่า
"ตอนนี้ตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้วประมาณ 2 เดือน ที่สำคัญ ดิฉันรับประทานยาขับเลือดชนิดน้ำไป 3 ขวด และชนิดเม็ดไป 3 ชุด ไม่รู้ว่าเด็กจะเป็นอันตรายหรือเปล่า ดิฉันคิดว่าจะไปทำแท้ง แต่คิดอีกทีโทรมาปรึกษาคุณหมอก่อนจะดีกว่า"

ข้าพเจ้าตอบกลับไปว่า
"อย่าเพิ่งไปทำแท้งนะครับ เข้ามารับการตรวจดูก่อน"
เมื่อคนไข้มาตรวจ ข้าพเจ้าได้ตรวจดูด้วยเครื่อง อัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอด พบ "เงาทารกเล็กๆ พร้อมกับมีการเต้นของหัวใจด้วย"
"จากการตรวจดูด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ ขณะนี้ คุณตั้งครรภ์ประมาณ 9 สัปดาห์ เท่ากับระยะเวลาที่ขาดประจำเดือนพอดี" ข้าพเจ้าบอกกับคนไข้รายนี้
"เด็กจะพิการหรือเป็นอะไรไหมคะ ดิฉันทานยาขับเลือดไปมาก ดิฉันไม่สบายใจเลย" คนไข้ถาม
"ผมคงรับรองอะไรไม่ได้ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ก็ไม่เคยพบเด็กพิการจากการกินยาขับเลือด อย่างไรก็ตาม ห้ามกินยาอะไรอีกโดยไม่ปรึกษาหมอ" ข้าพเจ้าอธิบายคร่าวๆ ถึงเรื่อง "ยาขับเลือด" เพราะพบมีผู้หญิงจำนวนมากชอบกินเวลาขาดประจำเดือน เพื่อทำแท้งหรือขับให้เลือดระดูออกมาตามปกติ ความจริงแล้ว กรณีที่ผู้หญิงคนใดก็ตามเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา ยาขับเลือดสามัญประจำบ้าน ไม่ว่ายาน้ำหรือยาเม็ด ก็ไม่สามารถทำให้แท้งบุตรออกมา เป็นความเข้าใจผิดของคนทั่วไปเองว่า ยาเหล่านี้ช่วยขับเลือด ในกรณีครรภ์อ่อน ๆ ได้

คนไข้ตัดสินไม่ทำแท้งและมาฝากครรภ์ตามปกติ ข้าพเจ้าได้ใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ติดตามดูการเจริญเติบโต และความผิดปกติของทารกเป็นระยะๆ แต่ไม่พบความผิดปกติใดๆ ยกเว้น เมื่อขณะคนไข้ตั้งครรภ์ได้ 32 สัปดาห์ เธอเคยเจ็บครรภ์ ก่อนกำหนดมานอนโรงพยาบาลครั้งหนึ่ง ซึ่งข้าพเจ้าสามารถยับยั้ง ไม่ให้เกิดกระบวนการคลอดสำเร็จ และยังควบคุมการแข็งตัวของมดลูก มาได้โดยตลอด จวบจนกระทั่งครรภ์ครบกำหนด จึงได้ทำการผ่าตัด ให้คลอดบุตรออกมา ผลปรากฏว่าได้ทารกเพศหญิง รูปร่างสวยงาม แข็งแรงสมบูรณ์ดี ไม่มีความพิการแต่อย่างใด คนไข้สตรีรายนี้สารภาพว่า "กังวลมาตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์ เพิ่งรู้สึกสบายใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก เมื่อลูกคลอดออกมาแล้วไม่พิการวันนี้เอง"

สตรีตั้งครรภ์ทุกคนไม่ใช่จะโชคดีเสมอเหมือนกัน ในส่วนของสตรีที่โชคร้ายตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก นั้นใช่ว่าจะเลวร้าย กลายเป็น "มะเร็ง" ไปเสียทุกรายไป แม้มีปัญหาเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยแปรเปลี่ยนเป็น "มะเร็งครรภ์ไข่ปลาอุก" จริงๆ การแพทย์สมัยปัจจุบัน ก็สามารถรักษาแก้ไขได้ ขอเพียงแต่ คนไข้ให้ความร่วมมือและไม่หนีหาย จากการรักษาด้วยยาฆ่ามะเร็ง (CHEMOTHERAPY) ไปเสียก่อน ดังตัวอย่างคนไข้ที่ได้กล่าวมาข้างต้น

ท่ามกลางความโชคดี อาจมีความโชคร้าย แฝงอยู่ และท่ามกลางความโชคร้าย อาจมีความโชคดีซ่อนอยู่ก็ได้ เราจึงไม่ควรดีใจ หรือ เสียใจ จนเกินไปยามประสบ โชคดี หรือ โชคร้าย โชคดี หรือ โชคร้าย เป็นเรื่องของวาสนาฟ้าดิน ไม่มีอะไรห้ามได้ แต่ความไม่ประมาท และการแก้ไขตามแนวทาง ที่ถูกต้อง จะสามารถแปรเปลี่ยน "โชคร้าย" ให้กลับกลายเป็น "โชคดี" ได้โดยไม่ยากนัก

นพ.เสรี ธีรพงษ์


 
 

[ ที่มา...ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ ]

URL Link : http://www.elib-online.com/doctors/lady_choriocarcinoma.html

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]