บทความเกี่ยวกับ คลินิกเด็ก
คนเป็นคนที่ - 7763 [Date : 25 เม.ย. 2553 ]   
 
ขอวิธีแก้ลูกเป็นหวัดเรื้อรัง
 
วันที่ 25 เม.ย. 2553   โดย รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร
 
 







ขอวิธีแก้ลูกเป็นหวัดเรื้อรัง

ดิฉันรู้สึกกังวลใจและไม่สบายใจเกี่ยวกับเสมหะในคอลูกมาก บางคืนเขาจะร้องไห้ คงอึดอัด หายใจไม่ออก ตอนนี้อายุ 2 เดือนค่ะ เริ่มมีเสมหะตั้งแต่อายุประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากคุณป้าท่านหนึ่งซึ่งเป็นหวัดขออุ้มตอนพาแกไปโรงพยาบาล พออายุครบ 1 เดือน พาไปหาหมอ หมอก็ไม่ได้ให้ยาค่ะ บอกว่าให้กินนมแม่ไปเรื่อยๆ พักผ่อนเยอะๆ ก็จะหายเอง และคอยดูว่า ลูกกินอิ่มนอนหลับไหม ซึ่งเขาก็ปกติดี ยกเว้นช่วงใกล้ๆ เช้ามืดจะอึดอัดหายใจไม่ออก
พอครบ 2 เดือนพาไปฉีดวัคซีน พบคุณหมออีกท่านก็กดลิ้นดูแล้วให้ยาละลายเสมหะมากิน ครั้งละ 1.2 ซี.ซี. ให้ลูกกินยานี้อยู่ 3 วัน เนื่องจากเขาไม่ค่อยยอมกินยา จะพ่นออกมา ปกติก็จะไม่ชอบกินน้ำ พ่นออกมาเช่นกัน และลูกจะหลับนาน ซึ่งคุณพ่อเขาก็กลัวจะเป็นการกดระบบประสาทให้เด็กหลับค่ะ

ดิฉันขอรบกวนถามคำถามดังนี้ค่ะ

1. เสมหะของลูกมาจากการติดเชื้อหวัดหรืออาการระคายเคืองทางเดินหายใจเท่านั้น และจะหายไปเองหรือเปล่าคะ
2. น้ำนมแม่สามารถช่วยละลายเสมหะได้ไหมคะ เพราะลูกกินนมเก่งมาก
3. ดิฉันควรแคะขี้มูกแห้ง ดูดเสมหะให้ลูกหรือไม่ วิธีที่ถูกต้องควรปฏิบัติอย่างไร เวลาลูกหายใจอึดอัด
4. ลูกไม่ชอบดื่มน้ำ ทำให้การกินยาระบายเสมหะมีผลกดระบบสมองหรือไม่คะ และ dose 1.2 ซี.ซี. สูงไปสำหรับเด็ก 2 เดือนไหมคะ หากไม่มีผลต่อระบบสมองควรกินกี่วันคะ
5. ถ้าดิฉันกินยาละลายเสมหะของเด็กใน dose ผู้ใหญ่ แล้วให้ลูกกินนมแม่ ลูกจะได้รับยาเข้าไปด้วยหรือไม่คะ และจะช่วยละลายเสมหะให้ลูกได้ไหมคะ
6. มีผู้แนะนำให้ซื้อยาป้ายจมูกมาทา จะช่วยได้ไหมคะ ควรใช้ไหมคะ ขอคำแนะนำซื้อยาด้วยค่ะ

นฤมล/นนทบุรี




1. เด็กเล็กๆ จะมีความกว้างของช่องจมูกรวมทั้งช่องทางเดินหายใจเล็กกว่าปกติ เวลาที่มีเสมหะหรือมีน้ำมูกจะอุดตันได้ง่ายและทำให้มีเสียงครืดคราดให้เราได้ยิน เสมหะนั้นก็เกิดจากการระคายเคืองของระบบทางเดินหายใจ ตั้งแต่รูจมูกลงไป รวมทั้งการติดเชื้อไวรัสแล้วเป็นหวัดก็สามารถจะทำให้เกิดน้ำมูกและมีเสมหะตามมาเช่นเดียวกัน ส่วนมากนั้นก็จะสามารถหายได้เองด้วยการรักษาประคับประคอง
2. เวลาที่เด็กไม่สบาย เป็นหวัด มีเสมหะนั้นเราจะแนะนำให้ดื่มน้ำมากขึ้น ซึ่งน้ำนมแม่ส่วนใหญ่คือน้ำอยู่แล้ว ก็จะช่วยละลายเสมหะไปได้ในตัว การดูแลขั้นต้นของคุณแม่ในเรื่องนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากแล้วค่ะ

3. คุณแม่ต้องสังเกตว่าลูกมีปัญหาเสมหะอยู่ที่บริเวณใด บางครั้งเด็กจะมีเสียงครืดคราดอยู่ต่ำๆ ซึ่งการดูดเสมหะจากคอธรรมดาไม่สามารถช่วยได้ ในกรณีเช่นนี้เราอาจจะแนะนำให้ใช้ยา หรืออาจจะใช้วิธีดื่มน้ำมากกว่าการใช้วิธีดูดเสมหะ ซึ่งจะทำให้เกิดการระคายเคือง และกระตุ้นทำให้เกิดเสมหะมากขึ้นด้วย

ในกรณีที่ลูกหายใจอึดอัด และคุณแม่พบว่าเกิดจากการอุดตันบริเวณจมูกเพราะว่ามีขี้มูกแห้งๆ ไปอุดอยู่ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นหลังเด็กร้องไห้ มีน้ำมูกขึ้นมา หลังจากนั้นน้ำมูกแห้งเกิดอุดตัน ลูกก็จะหายใจลำบาก คุณแม่สามารถหยิบขี้มูกนั้นออกได้โดยใช้ค็อตตอนบัดที่ขนาดเล็กมากๆ เขี่ยออก หรือในบางครั้งเราอาจจะใช้ปากคีบเล็กๆ เขี่ยในช่วงที่ลูกนอนหลับ ก็จะทำให้การอุดตันของโพรงจมูกซึ่งเล็กอยู่แล้วหายไป

แต่ถ้าคุณแม่ไม่สบายใจหรือไม่กล้าที่จะคีบน้ำมูกแข็งๆ นั้นออกก็สามารถปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ ให้ช่วยดูแลแก้ไขให้ได้ แต่ถ้าลูกไม่มีน้ำมูก ไม่มีลักษณะของการอุดตันของน้ำมูกในโพรงจมูก รวมทั้งเสียงเสมหะนั้นดังอยู่ส่วนลึก การที่จะไปเช็ดจมูกคีบน้ำมูกแห้งๆ ออก รวมทั้งการดูดด้วยลูกยางนั้น ก็จะไม่เกิดประโยชน์และไม่ควรกระทำ

4. การใช้ยาละลายเสมหะมีประโยชน์เป็นครั้งคราว ในช่วงที่เด็กมีอาการอึดอัดมากๆ ก็จะช่วยทำให้เสมหะนั้นดีมากขึ้น สำหรับในเด็กเล็กๆ นั้นถ้าไม่จำเป็นเราจะพยายามหลีกเลี่ยงยาทุกอย่างอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในกรณีนี้คุณแม่ปรึกษากุมารแพทย์อีกสักครั้งหนึ่งให้ตรวจลูกอย่างละเอียด เพื่อดูว่าจำเป็นจะต้องใช้ยาหรือไม่ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ยา ขนาดของยานั้นคุณหมอที่รักษาโรคเด็ก ก็จะสามารถปรับให้พอเหมาะกับอายุและน้ำหนักของเด็กได้

5. โดยทั่วไปแล้วยาที่คุณแม่รับประทานจะสามารถออกมาในนมแม่ได้ แต่ในปริมาณที่น้อยมาก หมอไม่เคยมีประสบการณ์แนะนำรักษาลูกผ่านทางการใช้ยาในคุณแม่ จึงไม่สามารถให้ความเห็นตรงนี้ได้ ส่วนมากเราจะแนะนำว่าคุณแม่ไม่ควรจะรับประทานยาในช่วงที่กำลังให้นมลูกมากกว่า

6. การใช้ยาป้ายจมูกหรือหยอดจมูกในเด็กเล็ก ถ้าให้นานเกิน 3 วัน จะมีผลกระทบทำให้เยื่อบุโพรงจมูกบวม และมีอาการหายใจลำบากตามมาได้อีก ดังนั้นถ้าเด็กไม่มีอาการอึดอัดหายใจไม่ออกจากการอุดตันของโพรงจมูกจริงๆ เราจะไม่ค่อยใช้ยาเช็ดจมูกกันเท่าไหร่ แต่ถ้ามีปัญหาหนักหน่วงเราจะใช้เป็นครั้งคราว

ในกรณีของลูกที่เป็นมาระยะนานและไม่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต ยังคงดื่มนมแม่ได้เป็นปกตินั้น หมอคิดว่าการใช้ยาป้ายจมูกคงไม่มีความจำเป็น แต่อยากให้มองเรื่องสิ่งแวดล้อมในห้องนอนที่อาจจะมีผลกระทบ ทำให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุทางเดินหายใจได้ โดยการรักษาความสะอาดของห้องให้มากกว่าปกติ

รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร




(update 17 กรกฎาคม 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 21 ฉบับที่ 243 เมษายน 2546 ]

 
 

[ ที่มา...http://www.elib-online.com/childclinic/childclinic47/child_clinic47069.html ]

URL Link : http://www.elib-online.com/childclinic/childclinic47/child_clinic47069.html

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]