บทความเกี่ยวกับ เบี่ยงเบน
คนเป็นคนที่ - 4295 [Date : 19 เม.ย. 2553 ]   
 
ชอบแอบดูคนอื่นเข้าห้องน้ำ
 
วันที่ 19 เม.ย. 2553   โดย ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ (จิตแพทย์)
 
 
ชอบแอบดูคนอื่นเข้าห้องน้ำ
 

[คัดลอกจากนิตยสาร IMAGE Volume 12 No.8 สิงหาคม 2542]


มีแม่ของ เด็กชายวันรุ่นคนหนึ่งพาลูกมาปรึกษา ด้วยความเป็นห่วงในพฤติกรรมของลูกว่าจะก่อให้เกิดอันตราย แก่เขาต่อไปในอนาคต เพราะเด็กคนนี้ชอบแอบดูคนอื่นขณะอาบน้ำ โดยการเจาะรูห้องน้ำที่บ้าน คนที่ถูกแอบดูก็คือ น้าสาวที่อยู่บ้านเดียวกันนั่นเอง บางครั้งเด็กคนนี้ก็จะหาทาง

ชอบแอบดูคนอื่นเข้าห้องน้ำ ปีนหน้าต่าง แอบดูน้าสาวและน้าเขยร่วมรักกัน น้าสาวจับได้ แต่ยังไม่บอกน้าเขย เพราะเกรงว่าน้าเขยจะโกรธ จึงมาบอกแม่ของเด็ก แม่จึงพาลูกมาปรึกษา ด้วยความเป็นห่วง
เด็กหนุ่มคนนี้อายุ 16 ปี

ร่างกายเติบโตสูงใหญ่ตามอายุ สติปัญญาปกติ แต่พูดจาไม่เข้มแข็งนัก ถามจากประวัติในรอบครัว จึงพบว่าเขาเป็นลูกคนเดียว พ่อตายตั้งแต่เมื่อเขาอายุ 6 ขวบ ต้องอยู่กับแม่ตลอดมา ต่อมาแม่ชวนน้องสาวและน้องเขย มาอยู่เป็นเพื่อนด้วย

แม่เป็นคนมีความสามารถสูง ทำงานหนัก เป็นคนเก่ง พูดจาฉะฉาน เสียงดังฟังชัด เนื่องจากแม่ต้องทำงานหนัก และใช้เวลาไปกับการทำงานมากจึงทำให้เด็กค่อนข้างว้าเหว่ ไม่ค่อยมีเพื่อน เพราะแม่ไม่อยากให้คบเพื่อนากนัก แม่จะพร่ำเตือนถึงสิ่งที่เขาควรทำ เช่นการทำตัวให้ดี ให้เป็นคนที่เรียบร้อย ห้ามทำผิด และแม่มักจะมีอารมณ์โกรธรุนแรง เมื่อเขาทำผิด
เขาบอกว่า เขาเกรงแม่มากและไม่อยากให้แม่ผิดหวัง เพราะแม่ทุ่มเทความรักและแรงกายแรงใจในการทำงาน เพื่อส่งเสียเลี้ยงดูเขา

การที่ผู้ชายแอบดูผู้หญิงอาบน้ำหรือร่วมเพศนั้น ถ้าถามผู้ชายทั่วๆ ไปว่าเป็นสิ่งผิดปกติไหม? คงจะมีคนตอบว่า ปกติ เพราะเขาเองก็อยากแอบดูด้วย ความอยากแอบดูอาจจะมีได้เป็นปกติ แต่ถ้าหากลงมือเจาะรูแอบดู หรือใช้วิธีการแอบดูอยู่เรื่อยๆ นั้น ถือว่าไม่ปกติแน่ๆ ถือว่า เป็นความเบี่ยงเบนทางเพศชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Voyeurism ซึ่งหมายถึง คนที่มีความสุขจากกการแอบดูคนอื่นเปลือยกาย ถ้าหากเป็นคนที่ชอบแอบดูคนอื่นร่วมเพศแล้วมีความสุขเรียกว่า copophilia มีคนรายงานเข้ามาว่า ตามสวนสาธารณะ หรือลานจอดรถในที่เปลี่ยวๆ หลายแห่งที่มีหนุ่มสาวไปพลอดรักกัน มักจะมีบุคคลเหล่านี้ไปแอบดูด้อมๆ มองๆ เป็นประจำ บางคนก็แอบดูในบ้านเช่น ตามรูกุญแจ หรือตามรอยแตกของห้องน้ำ หรือตามช่องหน้าต่าง

นอกจากจะถือว่าเป็นความเบี่ยงเบนทางเพศแล้ว ยังเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น และอาจจะถูกทำร้ายได้ง่าย โดยบุคคลที่ถูกแอบดูหรือญาติของเขา มีบางรายเล่าว่า เคยถูกไม้แทงสวนออกมาทางรูที่แอบดูเกือบทำให้ตาบอดก็มี บุคคลเหล่านี้ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านแขาเรียกว่า นักถ้ำมอง (Peeping Tom) พวกนี้มักเป็นผู้ชายแอบดูผู้หญิงเปลือย หรือร่วมเพศกับผู้ชาย แต่ถ้าเป็นผู้ชายที่ชอบแอบดูผู้ชายเปลือยในห้องน้ำ มักจะเป็นพวกรักร่วมเพศ (Homosexual) บุคคลเหล่านี้ มักจะหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ แม้จะรู้ว่าไม่ถูกต้อง แต่ก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้ เป็นลักษณะของการย้ำคิดย้ำทำ ในขณะที่แอบดูบางคนจะสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองไปด้วย จนถึงจุดสุดอดได้ บุคคลเหล่านี้มักจะเป็นคนเรียบร้อย สมยอม ไม่ค่อยก้าวร้าว

ส่วนสาเหตุของการแอบดูคนอื่นเปลือยกายหรือร่วมเพศมาจาก

1. ขาดความอบอุ่นตั้งแต่วัยเด็ก ทั้งในแง่ความรัก และความสนใจ ทำให้รู้สึกว้าเหว่ไม่มั่นใจตัวเอง แม้ว่าบางคนจะมีพ่อแม่ที่เข้มแข็งมักจะอวดตัวเอง ยกตัวเอง และดูถูกลูกชายว่าต่ำต้อยด้อยกว่าก็พบได้มาก

2. มีความรู้สึกด้อยในความเป็นชาย คิดว่าตัวเอง เป็นลูกผู้ชายไม่พอ และคิดว่าคนอื่นก็คิดเช่นเดียวกัน พวกนี้มักจะถูกดูถูกในความเป็นชายตั้งแต่เด็กๆ เช่น แม่หรือพ่อ ชอบล้อเลียนหรือติฉินว่าไม่เก่ง ไม่เป็นลูกผู้ชาย แหย หรือยกตัวอย่างว่าเขาอ่อนแอเหมือนคนที่อ่อนแออื่นๆ โดนการสบประมาทตลอดมา หลายๆ รายมีแม่ที่เข้มแข็ง มีพ่อที่อ่อนแอ และแม่ชอบประณามพ่อหรือเพศชายให้ลูกฟัง และติเตียนลูกว่า เขาจะอ่อนแอหรือเลวเหมือนพ่อ หรือเหมือนผู้ชายเหล่านั้น เด็กจึงหมดความภาคภูมิใจในความเป็นชาย และคิดว่าตัวเองด้อยความเป็นชายตลอดมา เขาจึงไม่กล้าจะจีบผู้หญิงทั่วไป หรือมีเซ็กส์กับผู้หญิงทั่วไป เหมือนผู้ชายอื่นๆ เพราะเขากลัวความล้มเหลว หรือกลัวว่าจะมีการล้มเหลวแน่ๆ แม้จะเป็นเพียงได้เห็นเท่านั้นก็ตาม

และในช่วงเวลาที่เขาแอบดูนั้นเขาจะรู้สึกว่า เขามีอำนาจอยู่เหนือคนอื่น ที่เขาสามารถเป็นผู้ชนะ เป็นผู้กำความลับ โดยคนที่ถูกแอบดูถ้ารู้เข้าจะต้องอับอายเขา เขาจึงยอมเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย หรือเสี่ยงต่ออันตราย จากการถูกทำร้ายเพื่อจะได้รู้สึกเช่นนั้น

3. บางทฤษฎีเชื่อว่ามาจากการที่เด็กได้เห็น พ่อแม่ร่วมเพศกันตั้งแต่เด็กๆ (Primal Scene) เด็กอาจเข้าใจผิดฝังใจในความคิดฝันว่าพ่ออาจทำร้ายแม่ หรือพ่อตัดองคชาตออกไปจากแม่ทำให้แม่ไม่มีองคชาต หรือคิดกลับกันว่าแม่กำลังตัดองคชาตของพ่อออกไป เขาจึงกลัวการร่วมเพศ แต่จะฝังใจแอบดูคนอื่นร่วมเพศ ด้วยความตื่นเต้น และอาจมาจากความกลัวว่าพ่อแม่จะจับได้ จะถูกลงโทษด้วยการถูกตัดองคชาต เพราะพ่อแม่ชอบขู่เด็กเล็กว่ าถ้าทำอะไรผิดจะตัดองคชาติซึ่งเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง และไม่ควรทำเพราะเด็กกลัวและฝันไปเองได้ต่างๆ นานา

การแอบดูผู้อื่นนี้แม้จะแลดูเป็นเรื่องเล็กน้อย บางคนมองข้ามไปเพราะคิดว่าเป็นความปกติที่ผู้ชายชอบแอบดู แต่ผมขอบอกว่าไม่ใช่เป็นสิ่งปกติหรอก เป็นพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนทางเพศ ที่มาจากการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมตั้งแต่เด็กๆ ในสังคมที่มีความซับซ้อน ทุกคนต้องทำงานหนัก ไม่ค่อยมีเวลาให้กับลูก โอกาสที่จะเกิดความเบี่ยงเบนเหล่านี้ จะเกิดได้ง่าย

บุคคลเหล่านี้จะเติบโตต่อไปด้วยความรู้สึกไม่มั่นใจตัวเอง รู้ว่าต้องทำความผิด รู้ว่าเป็นความผิดแต่ก็อดใจไม่ได้ที่จะต้องทำ บางรายเกิดความรู้สึกละอายแก่ตนเอง บางรายมีความเศร้า ในชีวิตมากขึ้น

การรักษาและช่วยเหลือนั้นทำได้ถ้าหากเขาต้องการให้รักษา ญาติหรือพ่อแม่ต้องให้ความร่วมมือจึงจะทำให้การรักษาได้ผลดีขึ้น (ในกรณีพาลูกซึ่งยังเป็นเด็กมา) แต่ส่วนใหญ่มักจะอาย ทั้งตัวผู้ทุกข์เองและญาติจึงไม่นำมารักษาปล่อยไว้ให้ เป็นความเก็บกดทางใจของผู้ทุกข์ต่อไป แม้ว่าเขาจะเติบโตเป็นคนฉลาด มีตำแหน่งหน้าที่การงานดี แต่เขาก็จะทุกข์จากการที่เขา มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมนี้ คนที่อยู่ใกล้ชิดก็ผวา ระแวง กลัวว่าจะถูกแอบมองอีก เหมือนเช่นกรณีเด็กวัยรุ่น แอบดูน้าสาวที่บ้านของเขา ซึ่งน้าสาวจะกลัวและระแวงมาก แม้เด็กจะบอกไม่ทำอีกแล้วก็ตาม

การทำพฤติกรรมบำบัด จิตบำบัดและครอบครัวบำบัด จะช่วยได้มาก จะลดอัตราของผู้ที่แอบมองเหล่านี้ลงใครๆ ก็ผวา Peeping Tom ครับ

ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ (จิตแพทย์)

 
 

[ ที่มา...http://www.elib-online.com/doctors/mental_peep01.html ]

URL Link : http://www.elib-online.com/doctors/mental_peep01.html

 

     
   


[Home] [โรคเด็ก] [เสพสมให้สมอารมณ์หมาย] [คู่มือเลี้ยงลูก] [คลินิกเด็ก] [ผู้สูงวัย] [ครอบครัว] [คุมกำเนิด] [วัยรุ่น] [เบี่ยงเบน] [กฏหมาย] [สุขภาพจิต] [ผู้หญิง ผู้หญิง] [กามโรค]